TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Mission to the Moon” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
อ่าน
SpaceX เปิดตัวโปรเจค DOGE-1 Mission to the Moon ให้คุณเยือนดวงจันทร์โดยชำระด้วย Dogecoin
SpaceX บริษัทด้านการขนส่งทางอวกาศ ก่อตั้งโดย อีลอน มัสก์ ประกาศเปิดตัวโปรเจค DOGE-1 Mission to the Moonเพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปเยือนดวงจันทร์ได้ โดยเปิดรับชำระด้วย Dogecoin หนึ่งใน Cryptocurrency ยอดนิยมในปัจจุบันที่มาของภาพ https://www.iflscience.com/space/spacex-accepts-dogecoin-as-payment-for-moon-mission-next-year/เพื่อให้การเดินทางไปเยือนดวงจันทร์ในโปรเจคนี้เป็นไปอย่างราบรื่น SpaceX ได้ร่วมมือกับ Geometric Energy Corporation ส่งดาวเทียมขนาดเล็กน้ำหนักเพียง 40 กิโลกรัมไปยังดวงจันทร์ ด้วยจรวด Falcon 9 ภายในไตรมาสแรกของปี 2022 ดาวเทียมนี้จะเก็บข้อมูลพื้นผิวบนดวงจันทร์ และนำมาวางแผนในการลงจอดดวงจันทร์ได้อย่างปลอดภัยจริง ๆ ทาง SpaceX ได้เปิดบริการท่องเที่ยวนอกโลก โดยให้ผู้ที่สนใจออกไปทัวร์รอบวงโคจรโลกได้ 1 รอบ แต่สำหรับ DOGE-1 Mission to the Moon นี้ อัปเกรดไปอีกขั้นด้วยการเดินทางไปเยือนดวงจันทร์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยราคาที่จ่ายในการเดินทางครั้งนี้ทาง อีลอน มัสก์ เองก็ได้ทวีตข้อความบน Twitter ว่าโปรเจค DOGE-1 Mission to the Moon นี้ คือการนำเหรียญ Cryptocurrency ไปใช้ในอวกาศเป็นครั้งแรก บ่งบอกถึงความก้าวหน้าและอนาคตที่สดใสของสกุลเงินดิจิตอลSpaceX launching satellite Doge-1 to the moon next year Mission paid for in Doge 1st crypto in space 1st meme in spaceTo the mooooonnn!!https://t.co/xXfjGZVeUW Elon Musk (@elonmusk) May 9, 2021สำหรับเหรียญ Dogecoin นั้น คือหนึ่งใน Cryptocurrency เงินดิจิตอลที่ก่อตั้งขึ้นจากมีมตลกขบขันเมื่อปี 2013 โดยมีตราประจำเหรียญเป็นหน้าของสุนัขพันธุ์ ชิบะ อินุ แต่ปัจจุบันเหรียญ Dogecoin ก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของสกุลเงิน Cryptocurrency ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจุดเด่นของ Cryptocurrency คือคุณสมบัติในการใช้จ่ายโดยไม่ผ่านตัวกลาง (Decentralization) หรือหากจะพูดง่าย ๆ คือการนำมาใช้โดยไม่ผ่านธนาคาร มูลค่าของเหรียญจะเปลี่ยนไปตามกลไกตลาด ซึ่งเหรียญที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้คือ Bitcoin และ Ethereum มีการนำไปใช้จ่ายแทนเงินจริงอย่างกว้างขวางที่มาของภาพhttps://aronboss.com/spacex-to-launch-moon-mission-with-dogecoin-doge/6967/Cryptocurrency เข้ามามีบทบาทในตลาดการเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตคุณร้านค้าใกล้บ้านคุณอาจเปิดรับเหรียญ Dogecoin เพื่อใช้ซื้อสินค้าก็เป็นได้ขอขอบคุณข้อมูลจาก Iflscience
TNN ช่อง16 • 11 พ.ค. 64
อ่าน
Mission to the Moon ภารกิจพาไทยสู่ดวงจันทร์ ของ mu Space (มีคลิป)
ถาม: จากที่เป็นกระแสข่าวว่า อีก7 ปี เราจะได้ไปดวงจันทร์ ทาง mu Space มองว่า จะเป็นจริงไหม?คุณบริณต หงษ์ดิลกกุล วิศวกรด้านอวกาศ บริษัท mu Space Corpประเด็นหลักในเรื่องเรื่องการการการสร้างยานอวกาศไปโคจรรอบโลกภายใน 7 ปีเนี่ย มันจะเป็นเรื่องของคนส่วนใหญ่ในคอมเม้นท์ในทางSocial media เขาคอมเม้นท์ว่า เอ๊...จะทำไปทำไม หรือว่าทำแล้วได้อะไรซึ่งตรงนี้เราจะต้องอธิบายหน่อยจะต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า การที่ไปดวงจันทร์เนี่ยมันไม่ได้มีแค่เราส่งไปเฉยๆ แล้วไอ้ตัวตัวยานอวกาศมันจะโคจรรอบดวงจันทร์แล้วก็ส่งไปเฉยๆ ไม่ได้มีภารกิจอะไรอะไรที่ชัดเจนซึ่งจริงจริงแล้วตรงนี้เนี่ย มันก็ตรงการ การที่เราสามารถสร้างยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์เนี่ย มันหมายความว่าเรามีเทคโนโลยีมีเป็นเหมือนก้าวแรกที่เราสามารถส่งตัวยานอวกาศขึ้นไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้ ซึ่งต่อมาครับมันจะสามารถใช้เทคโนโลยีตรงนี้เนี่ยไปสร้างทรัพยากร ไปใช้ทรัพยากรในดวงจันทร์แล้วก็ตรงทรัพยากรในดวงจันทร์เนี่ยก็จะมีเรื่องของการขุดเหมืองในบนดวงจันทร์ ซึ่งตรงนี้เราจะสามารถนำมาใช้สร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในอนาคตได้ไปโคจรรอบดวงจันทร์เนี่ยเป็นเหมือนกับก้าวแรกที่จะทำให้ประเทศไทยเนี่ย มีความคุ้นเคยกับทรัพยากรกับเทคโนโลยีทางด้านอวกาศซึ่งในอนาคตอาจจะเป็นหลักอาจจะเป็นแผน 10 ปีหรือ 20 ปีในอนาคตครับตรงนี้เนี่ยเทคโนโลยีตรงที่ที่พัฒนาช่วง 7 ปีที่ผ่านมาจะสามารถต่อยอดในการใช้ทรัพยากรนอกโลกได้ ซึ่งทรัพยากรนอกโลกตรงนี้ครับจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลบริษัท มิว สเปซ แอนด์ แอดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด เป็นสตาร์ทอัพ สัญชาติไทย ที่ให้บริการด้านดาวเทียมบรอดแบนด์ พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไปควบคู่กันหลังจากก่อตั้งมาเพียง 3 ปี ก็สามารถดึงดูดนักลงทุนเอกชนจากหลากหลายอุตสาหกรรมธุรกิจ ให้มาลงทุนในอุตสาหกรรมด้านอวกาศทั้ง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), กลุ่ม Dow Chemical, SCG กลุ่มธุรกิจเอกชน และกลุ่มนักลงทุนรายย่อยอื่น ๆ ที่ผลักดันมูลค่าของบริษัทเพิ่มขึ้นสูงกว่า 3,000 ล้านบาท สำหรับการระดมทุนในระดับ Series Bโดยเงินลงทุนที่ได้จากการระดมทุนในรอบนี้ mu Space จะนำไปใช้สำหรับการเร่งสร้างโรงงานขนาดใหญ่ต่อไป เพื่อที่จะผลิตชิ้นส่วนและสร้างยานอวกาศลำแรกของประเทศไทยรวมถึงการผลิตชิ้นส่วนดาวเทียม และยานอวกาศสำหรับใช้ในประเทศเพื่อการส่งออก พัฒนาและทดสอบหุ่นยนต์และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับยานพาหนะไร้คนขับบนดวงจันทร์ ด้วยการนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ภายในโรงงานถาม: จริงๆ แล้วเป้าหมายของ mu Space คืออะไรคะ?คุณศุภณัชย์ ลิมจิตติ วิศวกรอาวุโสด้านซอฟต์แวร์ บริษัท mu Space Cropจริงๆ แล้วเป้าหมายของ Mu space คือการไปเหยียบดวงจันทร์ภายในปี 2028 นะครับ ซึ่งจะเห็นว่าเทคโนโลยี โปรดัคต่างๆ ที่เรา DEVELOP ขึ้นมาระดับต่างๆในช่วงนี้ก็คือจะนำไปสู่การที่เร าให้เอเนเบิลให้เราสามารถไปเหยียบดวงจันทร์ได้ภายในปี 2028 ครับยกตัวอย่างเช่นตัวจรวดหรือว่าเป็นสเปคซิฟที่มีการพัฒนาอยู่เนี้ยก็จะเป็นตัวเซคคึนสเตช หรือว่าเป็นตัวแคปซูลที่จะสามารถพาคนแล้วก็คาร์โก้ไปถึงดวงจันทร์ได้ครับลงไปสำรวจเลยครับ จริงจริงแล้วหลังจากลงไปสำรวจดวงจันทร์แล้วเราก็มีเป้าหมายที่จะไปโคโรไนซ์ดวงจันทร์ครับไปโคโรนี้อยู่ที่นู่นครับเป็นโคโรนี้ครับ เหมือนกับว่าไปสร้างแหล่งที่อยู่อาศัยให้คนอยู่ได้ จัสสเตเนเบิลบนดวงจันทร์เลย ก็ตอนนี้จะเป็นการพัฒนาชิ้นส่วนต่างๆที่มันจะเอามาประกอบกันเพื่อไปสู่ moon Mission นะครับอย่างที่เราเน้นทำอยู่ตอนนี้เลยก็คือเป็นการเขียน proposal ส่งให้กับทางนาซ่าครับ เพื่อจะบิดโปรเจคต่างๆที่จะเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการอะไทมิสของ NASA ครับคุณบริณต หงษ์ดิลกกุล วิศวกรด้านอวกาศ บริษัท mu Space Corpถ้าพูดถึงในศักยภาพศักยภาพของประเทศไทยครับก็คือว่าตำแหน่งที่ตั้งของเมืองไทย เหมาะสำหรับการสร้างตัวฐานปล่อยจรวดเพราะว่าฐานปล่อยจรวดยิ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรของโลกเนี่ยก็จะยิ่งมีแรงโน้มถ่วงของโลกช่วยช่วยเหวี่ยงให้จรวดสามารถเคลื่อนที่ได้ ที่นี่พอตัวแรงโน้มถ่วงมาช่วยมันก็จะประหยัดน้ำมันซึ่งตำแหน่งของประเทศไทยก็คือมีความเหมาะสมในการพัฒนาตัวฐานปล่อยจรวดตรงนี้แล้วก็นอกจากนี้อุตสาหกรรมเมืองไทยที่มีก็เป็นปัจจุบันก็ทราบกันดีอยู่แล้วใช่ไหมครับว่าประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของรถยนต์ต่างๆตรงนี้อุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีอยู่แล้วเราสามารถต่อยอดศักยภาพตรงนี้ไปพัฒนาเพิ่มเติมเป็นอุตสาหกรรมอวกาศได้ครับ ก็คือมองว่าเราสามารถต่อยอดอุตสาหกรรมรถยนต์ไปเป็นอุตสาหกรรมอวกาศได้ปัจจุบัน mu Space กำลังเตรียมความพร้อมที่จะเข้าประมูลโครงการอวกาศขององค์การนาซ่า อีก 8 โครงการ ในช่วงต้นปี 2564ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยี Space IDC ซึ่งเป็น Data Center บนอวกาศ ที่มิวสเปซจะทำการทดสอบระบบจำลองภายในไตรมาสแรกของปี 2564 นี้ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง มิว สเปซ คอร์ป และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เพื่อให้บริการศูนย์กลางข้อมูล (Data Center) ที่อยู่นอกชั้นบรรยากาศของโลกถาม: Datacenter บนดาวเทียม แตกต่างจาก datacenter ทั่วไปยังไงคะ?คุณบริณต หงษ์ดิลกกุล วิศวกรด้านอวกาศ บริษัท mu Space Corpตัว datacenter ในอวกาศ ก็จะมีข้อดีหลายๆอย่างด้วยกันก็คือเรื่องของการสื่อสารปัจจุบันนะครับ ถ้า datacenter มันตั้งอยู่ที่ตั้งอยู่บนโลกใช่ไหมครับ เขาก็จะใช้สายเคเบิลในการส่งข้อมูล แต่ว่าตรงนี้ถ้าตัว datacenterไปอยู่ในอวกาศมันจะสามารถส่งข้อมูลจากอวกาศจนถึงพื้นโลกเนี่ยได้เร็วกว่าสายเคเบิลข้อที่ 2 เลยก็คือเรื่องของความปลอดภัยก็คือไม่มีใครสามารถขโมยข้อมูลได้จริงๆ เพราะว่าถ้าจะทำลายตัวข้อมูลก็คือต้องยิงจรวดใส่ไปเท่านั้น สมมุติถ้า datacenter อยู่บนโลกใช่ไหมครับ มันก็ยังมีคนที่สามารถบุกเข้าไปทำลายหรือว่าบุกเข้าไปปล้นข้อมูลตรงนี้ได้แล้วก็เรื่องสุดท้ายก็จริงๆมีอีกหลายประโยชน์เหมือนกัน อันนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญเรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องของค่า Maintenance ของตัว Space IDC ปัจจุบัน datacenter ต่างๆ จะตั้งอยู่ที่ทางประเทศที่มีภูมิอากาศหนาวเย็น อย่างเช่นแถบสแกนดิเนเวียหรือว่าแถบอเมริกาเหนือเพราะว่าตัวคอมพิวเตอร์เนี่ยมันจะสร้างความร้อนขึ้นมาตรงความร้อนตรงนี้ ก็คือจะต้องถูกควบคุมให้อุณหภูมิคอมพิวเตอร์อยู่ระดับปกติ ก็หมายความว่าจะต้องเปิดแอร์ตลอดเวลาพอเปิดแอร์ตลอดเวลาปุ๊บมันก็จะมีเสียค่าไฟ มันก็จะมีค่า Maintenance ที่ส่งผลเสียตามมาแต่ว่าถ้าเราส่ง datacenter ขึ้นไปในอวกาศ อุณหภูมิอากาศมันอยู่ที่ประมาณติดลบกว่า 200 กว่าองศาเซลเซียส ซึ่งทำให้เรื่องของอุณหภูมิตรงนี้ ซึ่งทำให้เรื่องของค่าบำรุงรักษาตรงนี้จะหายไปครับการสำรวจอวกาศไม่ว่าจะเป็นดวงจันทร์หรือดาวอังคาร ต่างจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่ต้องใช้ทั้งระยะเวลาและความสามารถในการทุ่มเทพัฒนาเพื่อให้ไปถึงจุดหมายนับว่าเป็นเรื่องน่าภูมิใจว่าวันนี้คนไทยก็มีความสามารถในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศไม่แพ้ชาติอื่น ทางรายการ TNN Tech Reports และผู้ชมก็ขอเป็นกำลังใจให้ mu Space สามารถปฏิบัติภารกิจสู่ดวงจันทร์ภายใน 8 ปีข้างหน้าได้ตามเป้าหมายค่ะ
TNN ช่อง16 • 17 ม.ค. 64
เกม
Deliver Us The Moon
คุณชื่นชอบนีล อาร์มสตรอง กับ ทิม พีค ใช่ไหม คุณนึกฝันอยากจะเดินบนดวงจันทร์บ้างไหม ถ้างั้นคุณมาถูกที่แล้วหละ แต่อย่าหวังนะว่าจะเป็นการเดินเล่นแบบสบายๆ เนื่องจากตอนนี้พลังงานบนโลกกำลังจะหมดลงแล้ว แต่ก็พบแหล่งพลังงานใหม่จากดาวเทียมของเราในชั้นบรรยากาศ แต่ทว่าการขนส่งพลังงานก็หยุดชะงักลง อีกทั้งฐานบนดวงจันทร์นั้นก็ขาดการติดต่อ ภารกิจของคุณก็คือการค้นหาความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
Blacknut • 21 ก.ค. 69
ดู
ภารกิจกลับสู่ดวงจันทร์
ทรูวิชั่นส์ • 15 ก.ค. 69
อ่าน
"Mercedes and the Waning Moon" ปล่อยตัวอย่างแรก จากพนักงานออฟฟิศสู่แวมไพร์!
กลิ่นอายการผจญภัยสุดเข้มข้นและการเอาชีวิตรอดในคุกใต้ดินลึกลับกำลังจะมาสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้คออนิเมะใน "Mercedes and the Waning Moon" อนิเมะแนวต่างโลก-แฟนตาซีท่องดันเจี้ยนเรื่องใหม่น่าจับตามอง ซึ่งล่าสุดทางออฟฟิเชียลได้มีการปล่อยภาพแรกและวิดีโอตัวอย่างแรกมาท้าทายการเอาชีวิตรอดของแวมไพร์สาว พาเราติดตามความเข้มข้นในการเข้าปะทะกับมอนสเตอร์และเป้าหมายในการใช้ชีวิตอีกครั้งของเธอ ซึ่งอนิเมะเรื่องนี้ได้สตูดิโอ Teddy มาดูและการผลิต และมีกำหนดออกอากาศในประเทศญี่ปุ่นเดือนมกราคม 2027 นี้ อนิเมะเล่าเรื่องราวของ Mercedes Grunewald หญิงสาวแวมไพร์ผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ ซึ่งในอดีตเธอเคยเป็นเพียงพนักงานออฟฟิศสาวที่ต้องจบชีวิตลงด้วยความขมขื่นและเต็มไปด้วยความเสียใจที่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไร้จุดหมาย เมื่อได้รับโอกาสครั้งที่สองในการเกิดใหม่เป็นแวมไพร์ในตระกูลขุนนางที่ยากจน เธอจึงตั้งปณิธานในใจอย่างแรงกล้าว่าฉันจะใช้ชีวิตให้เต็มที่โดยไม่รู้สึกเสียใจ และยิ้มได้ในวันที่ต้องลาโลก Mercedes and the Waning Moon: The Dungeoneering Feats of a Discarded Vampire Aristocrat เป็นไลท์โนเวลผลงานการแต่งของ Firehead และวาดภาพประกอบโดย KeG เริ่มต้นเผยแพร่ออนไลน์บนเว็บไซต์ Shosetsuka ni Naro ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2018 ถึงพฤศจิกายน 2022 ขอบคุณภาพจาก X@mercedes_anime
Anime • 20 ก.ค. 69
อ่าน
ดูอนิเมะ Dr. STONE ดร. สโตน ซีซัน 4 พาร์ต 3 EP.10 เสียงนับถอยหลังสู่ดวงจันทร์
ดูอนิเมะออนไลน์ Dr. STONE: Science Future (Dr. STONE Season 4 Part 3 ดอกเตอร์สโตน ซีซัน 4 พาร์ต 3) ตอนที่ 10 นับถอยหลัง ความคืบหน้าของอาณาจักรวิทยาศาสตร์ก้าวไปอีกขั้น เมื่อเซ็นคูประสบความสำเร็จในการวางสายเคเบิลใต้ทะเลเพื่อสร้างระบบอินเทอร์เน็ต เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าด้วยกัน ส่งผลให้โปรเจกต์ออกแบบชิ้นส่วนยานอวกาศแบบออนไลน์เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็ว ทว่าโจทย์หินต่อไปคือการคัดเลือก 3 นักบินอวกาศที่จะต้องออกเดินทางไปยังดวงจันทร์ ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ นักบิน และนักรบ ท่ามกลางการทดสอบสุดเคี่ยวเข็ญเพื่อเฟ้นหาคนที่ดีที่สุด ในที่สุดก็ได้ตัวแทนเป็น เซ็นคู, ริวซุย และโคฮาคุนอกจากนี้พวกเขายังเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูที่ไม่รู้จักบนดวงจันทร์ ด้วยการประดิษฐ์อาวุธลับอย่างนาฬิกาคืนสภาพและปืนยิงตาข่ายระเบิดเอาไว้แล้ว เวลาแห่งการเดินทางไกลใกล้เข้ามาทุกที และเสียงนับถอยหลังสู่ดวงจันทร์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!รับชมอนิเมะ ดอกเตอร์สโตน ซีซัน 4 พาร์ต 3 อัปเดตตอนใหม่ทุกวันพฤหัสบดี เวลาประมาณ 21:00 น. ดูอนิเมะ Dr. STONE: Science Future พาร์ต 3 ตอนที่ 10 เรื่องราวในตอนที่ 10 เซ็นคู ริวซุย และ โคฮาคุ ได้รับเลือกให้เป็นนักบินอวกาศในภารกิจพิชิตดวงจันทร์ แม้ว่าริวซุยจะมีไฟอย่างเต็มเปี่ยมในการฝึกซ้อมเป็นนักบิน แต่เขากลับปฏิเสธความจริงไม่ได้ว่ายังมีคนอื่นที่เหมาะสมกับหน้าที่นี้มากกว่าเขา ในขณะเดียวกัน โปรเจกต์พัฒนาจรวดที่ขับเคลื่อนด้วยความร่วมมือระดับโลกก็กำลังเดินทางมาถึงจุดไคลแมกซ์ ท่ามกลางสายตาและความรู้สึกที่หลากหลายของเหล่าสมาชิกอาณาจักรวิทยาศาสตร์ที่มาร่วมส่งพวกเซ็นคู ในที่สุดเสียงนับถอยหลังของจรวดสู่ดวงจันทร์ก็ดังกึกก้อง พร้อมพุ่งทะยานสู่ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่แล้ว
Anime • 4 มิ.ย. 69
ดู
Coming Soon
23 ก.พ. 68
ดู
มนุษย์คนแรกบนดวงจันทร์
ทรูวิชั่นส์ • 1 เม.ย. 69
อ่าน
"Project Hail Mary ภารภิจกู้สุริยะ" เป็นมากกว่าหนังไซไฟ การันตีงานสร้างอลังการ-รีวิวสุดปัง
Project Hail Mary ภารภิจกู้สุริยะ การออกเดินทางสู่การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้น เมื่อครูวิทยาศาสตร์ธรรมดาคนหนึ่ง เกรซ และพันธมิตร ที่ไม่คาดคิดจากอีกโลกหนึ่ง ร็อกกี้ ร่วมมือกันในภารกิจที่ไม่ธรรมดาเพื่อปกป้องโลกของพวกเขา ทั้งสองอยู่ห่างจากโลกถึงสิบสองปีแสง ความผูกพันที่ไม่น่าเป็นไปได้ กลับกลายเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความหวัง เตือนให้เราระลึกว่า ในช่วงเวลาที่มืดมนและอันตรายที่สุด เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ครูวิทยาศาสตร์ ไรแลนด์ เกรซ ตื่นขึ้นมาบนยานอวกาศ ห่างไกลจากบ้านหลายปีแสง โดยไม่มีความทรงจำว่าเขาเป็นใคร หรือมาอยู่ที่นั่นได้อย่างไร เมื่อความทรงจำเริ่มกลับคืนมา เขาก็เริ่มค้นพบภารกิจของตนเอง นั่นคือการไขปริศนาของสารลึกลับที่กำลังทำให้ดวงอาทิตย์ดับลง เขาต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และแนวคิดนอกกรอบเพื่อช่วยโลกจากการสูญพันธุ์ แต่ด้วยมิตรภาพที่ไม่คาดคิด เขาอาจไม่จำเป็นต้องเผชิญภารกิจนี้เพียงลำพัง งานการกำกับโดยผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ (Spider-Man: Into the Spider-Verse, The Lego Movie) PROJECT HAIL MARY นำแสดงโดยผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์สามครั้ง ไรอัน กอสลิง (La La Land, Barbie) คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ ผู้กำกับหนังกล่าวว่า นี่คือเรื่องราวของสองบุคคลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากคนละสุดขอบของกาแล็กซี และผ่านทางวิทยาศาสตร์ การสอน ความเห็นอกเห็นใจ และความเมตตา พวกเขาร่วมมือกันเพื่อช่วยจักรวาล Project Hail Mary คือการทำให้วิทยาศาสตร์ มีตัวตน พวกเราไม่ต้องการทำให้มันง่ายลง แต่ต้องทำให้มันเกิดขึ้นบนจอ การเล่าเรื่องผ่านภาพ หากเกรซกำลังค้นพบอะไรบางอย่าง การค้นพบ ความล้มเหลว การทดลอง การดัดแปลงจากหนังสือ ในเรื่องนี้อยู่ที่ตัวละครร็อกกี้ มนุษย์ต่างดาวจากอีกโลกหนึ่งที่เช่นเดียวกับเกรซ เขาได้เดินทางไกลจากบ้านเพื่อแก้ปริศนาการแพร่ระบาดของสิ่งมีชีวิตในดวงอาทิตย์ที่กำลังคุกคามดาวจำนวนมากในกาแล็กซี่" "ร็อกกี้เป็นสิ่งที่สร้างความตกตะลึงทางภาพ ตั้งแต่ยานอวกาศขนาดมหึมาของเขา ไปจนถึงรูปลักษณ์ที่เหมือนทั้งหินและแมงมุม เมื่อเขาเริ่มสร้างความร่วมมือกับเกรซ การสื่อสารของทั้งสองก็ค่อยๆพัฒนา ผ่านคณิตศาสตร์และเสียงที่ใช้ร่วมกัน นอกเหนือจากภารกิจหลัก ความสุขของเรื่องราวส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการทำความเข้าใจกัน และมนต์เสน่ห์ของการได้เข้าใจอีกฝ่าย มันคือมิตรภาพที่ไม่เหมือนใคร มิตรภาพที่สร้างขึ้นจากการแก้ปัญหาร่วมกัน เกรซและร็อกกี้ไม่ได้เริ่มต้นจากการเปิดเผยความรู้สึก พวกเขาเริ่มต้นจากคณิตศาสตร์ มันกลายเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสื่อสาร การเรียนรู้ที่ จะมีความเห็นอกเห็นใจและความเมตตาต่อสิ่งที่ไม่เหมือนพวกเราครับ Project Hail Mary ภารกิจกู้สุริยะ ฉายแล้ว วันนี้ในโรงภาพยนตร์ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 20 มี.ค. 69
อ่าน
"Project Hail Mary" เปิดตัวอย่างใหม่สุดตระการตา จากฝีมือผู้กำกับ Spider-Verse
"Project Hail Mary ภารกิจกู้สุริยะ" ภาพยนตร์แอ็คชั่น, ผจญภัย, ไซไฟ จาก ฟิล ลอร์ด และ คริสโตเฟอร์ มิลเลอร์ (ผู้กำกับ SPIDER-VERSE) บทภาพยนตร์โดย ดรูว์ ก็อดดาร์ด จากหนังสือขายดีของ แอนดี้ เวียร์ (ผู้เขียน THE MARTIAN) เรื่องราวของครูวิทยาศาสตร์ ไรแลนด์ เกรซ (ไรอัน กอสลิ่ง) ที่ตื่นขึ้นมาในยานอวกาศซึ่งห่างจากโลกหลายปีแสง กับความทรงจำที่หายไป โดยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร และไปอยู่ที่นั่นได้ยังไงพอความทรงจำเริ่มกลับมา เขาจึงได้รู้ว่า เขามีภารกิจไขความลับของสสารลึกลับ ที่กำลังทำให้แสงของดวงอาทิตย์ดับลง โดยการใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่เขามีเพื่อปกป้องทุกสิ่งบนโลกให้พ้นจากการดับสูญ แต่ระหว่างทางเขา ได้ค้นพบมิตรภาพที่ไม่คาดคิดและทำให้เขาพบว่าเขาอาจไม่ต้องทำภารกิจนี้เพียงลำพัง PROJECT HAIL MARY ภารกิจกู้สุริยะ 19 มีนาคม 2569 ในโรงภาพยนตร์เท่านั้น ถ่ายทำสำหรับระบบ IMAX ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 19 พ.ย. 68
ดู
ตัวอย่าง: ภารกิจ(ลับ)ฉบับแฟนด้อม
20 เม.ย. 66
ดู
เครยอนชินจัง เดอะมูฟวี่ ตอน ภารกิจลับสายฟ้าแล่บ
ADK THAI CO., LTD • 1 ก.ย. 68
อ่าน
มหาเศรษฐีคนดังในวงการคริปโตเตรียมบินท่องเที่ยวอวกาศด้วยยาน New Shepard ของ Blue Origin
หลังจากจัสติน ซัน มหาเศรษฐีคนดังในวงการคริปโตชนะการประมูลที่นั่งยานอวกาศของ Blue Origin ด้วยราคา 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 904 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2021 แต่พลาดโอกาสเดินทางครั้งนั้นเพราะติดภารกิจ จัสติน ซัน (Justin Sun) มหาเศรษฐีคริปโตและผู้ก่อตั้งบล็อกเชน Tron ก็เตรียมตัวจะเดินทางขึ้นสู่อวกาศในภารกิจอวกาศเที่ยวถัดไปของยาน New Shepard หมายเลข NS-34เที่ยวบินครั้งที่ 14 ของ New Shepardโดยเที่ยวบินนี้จะเป็นภารกิจที่มีลูกเรือเป็นครั้งที่ 14 ของยาน New Shepard และเป็นเที่ยวบินที่ 5 ของปี 2025 แม้ยังไม่ประกาศวันปล่อยตัวอย่างเป็นทางการ แต่ Blue Origin ยืนยันว่า จัสติน ซันจะร่วมบินในฐานะหนึ่งในผู้โดยสารหลัก สมาชิก 6 คน บนยานอวกาศจัสติน ซัน ไม่ได้เดินทางขึ้นสู่อวกาศคนเดียวแต่จะเดินทางขึ้นไปพร้อมกับลูกเรือภารกิจ NS-34 ทั้ง 6 คน ประกอบด้วยอาร์วินเดอร์ (อาร์วี) ซิงห์ บาฮาล: นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์และนักผจญภัย ผู้เคยเดินทางทั่วโลกทั้งขั้วโลกเหนือ-ใต้Gökhan Erdem: นักธุรกิจและช่างภาพชาวตุรกี ผู้ใฝ่ฝันถึงการไปสถานีอวกาศเดโบราห์ มาร์โตเรลล์: นักข่าวและนักอุตุนิยมวิทยาจากเปอร์โตริโก ทูตระบบสุริยะของ NASA และ NOAAไลโอเนล พิทช์ฟอร์ด: ผู้ก่อตั้งองค์กรช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในเนปาล หลังจากสูญเสียครอบครัวจากเหตุเครื่องบินตกเจมส์ (เจดี) รัสเซลล์: นักลงทุนจาก Alpha Funds ซึ่งเคยบินกับ NS-28 มาแล้วเมื่อปลายปี 2024จัสติน ซัน: มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลในวงการคริปโต เจ้าของสินทรัพย์กว่า 8.5 พันล้านดอลลาร์ และอดีตตัวแทนถาวรของเกรเนดาประจำ WTOราคาค่าตั๋วที่สูง บริษัท Blue Origin ระบุว่าจะนำเงิน 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังกล่าวของซัน ได้มอบให้กับ “Club for the Future” องค์กรไม่แสวงกำไรเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับอวกาศของบริษัท ทั้งนี้การบินอวกาศครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางส่วนตัว แต่ยังสะท้อนถึงพลังของเทคโนโลยี การกุศล และการเป็นสัญลักษณ์ของอนาคตที่เปิดกว้างขึ้นสำหรับภาคเอกชนในอวกาศสำหรับยาน New Shepard ของบริษัท Blue Origin นับเป็นยานอวกาศแบบนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ออกแบบสำหรับการท่องเที่ยวอวกาศระดับไม่ถึงวงโคจรของโลก (Suborbital) โดยจะพาผู้โดยสารทะยานขึ้นสู่ความสูงประมาณ 100 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ซึ่งถือเป็นขอบอวกาศตามมาตรฐาน Kármán Lineภารกิจการเดินทางแต่ละครั้งใช้เวลาราว 11 นาที ตั้งแต่ปล่อยตัวยันกลับสู่พื้นดิน โดยมีช่วงเวลาประมาณ 3-4 นาทีที่ผู้โดยสารจะได้สัมผัสภาวะไร้น้ำหนักและเห็นทัศนียภาพโลกจากอวกาศผ่านหน้าต่างขนาดใหญ่ภายในแคปซูล
TNN ช่อง16 • 28 ก.ค. 68
อ่าน
ปฏิวัติการเดินทางสู่ดาวอังคาร เครื่องทำความเย็น Cryocooler เก็บเชื้อเพลิงจรวดนานนับปี
ภารกิจการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝันในนิยายวิทยาศาสตร์ อาจจะเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยนวัตกรรมล่าสุดจากองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ที่ได้ทดสอบ "เครื่องทำความเย็นไครโอเจนิก" (Cryocooler) ชนิดใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนตู้เย็นขนาดยักษ์อันล้ำสมัย ที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญในการเดินทางสู่ดาวเคราะห์แดงที่มาของภาพNASA เครื่อง Cryocooler จะช่วยแก้ปัญหาอะไร ?หนึ่งในปัญหาหลักสำหรับภารกิจระยะยาวสู่ดาวอังคาร คือ การจัดเก็บเชื้อเพลิงเหลวที่จำเป็นต้องอยู่ในอุณหภูมิที่เย็นจัด เชื้อเพลิงจรวดอย่างไฮโดรเจนเหลว ออกซิเจนเหลว หรือมีเทน จะเดือดและระเหยไปอย่างต่อเนื่อง แม้ในอวกาศที่หนาวเหน็บ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียเชื้อเพลิงจำนวนมาก หากไม่ได้รับการแก้ไข ยานอวกาศที่ใช้เวลาเดินทางนานกว่าสองปีไปยังดาวอังคาร อาจไปถึงที่นั่นโดยไม่มีเชื้อเพลิงเหลือพอสำหรับเดินทางกลับบ้าน สร้างสถานการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นที่มาของภาพNASAซึ่งหากยานอวกาศดาวอังคารมีถังขนาดใหญ่ ที่บรรจุไฮโดรเจนเหลว 38 ตัน แต่หุ้มฉนวนบาง ๆ คาดการณ์ว่าการระเหยทิ้งแบบเรื่อย ๆ (Passive Boil-off) จะทำให้สูญเสียประมาณ 16 ตันต่อปีอย่างไรก็ตามโครงการ Cryogenic Fluid Management Portfolio Project ของ NASA ได้มุ่งมั่นพัฒนาวิธีแก้ปัญหานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบฉนวนขั้นสูงและการทำความเย็นแบบแอคทีฟที่ตั้งเป้าให้เกิด การระเหยเป็นศูนย์ (Zero Boil-Off) ตลอดหลายปี รวมถึงมีการพัฒนาระบบที่ดีขึ้นสำหรับการจัดการเชื้อเพลิงเยือกแข็งโดยไม่เกิดการสูญเสียเช่นกันระบบทำความเย็นของเครื่อง Cryocoolerณ ศูนย์การบินอวกาศมาร์แชลของ NASA วิศวกรได้ติดตั้งและทดสอบระบบทำความเย็นที่เรียกว่า ระบบทำความเย็นสองขั้นตอน (Two-stage cooling system) ซึ่งมีลักษณะเป็น ท่อบนถัง (Tube on Tank) ประกอบด้วยวงจรทำความเย็นสองวงที่ฝังอยู่ในฉนวนโลหะหนาและแผ่นป้องกันความร้อนที่มาของภาพNASAวงจรทำความเย็นหลัก: ท่อที่บรรจุฮีเลียมเหลวซึ่งถูกทำให้เย็นลงถึง -253 องศาเซลเซียสโดยจะถูกพันรอบถังเชื้อเพลิงไครโอเจนิกโดยตรง เพื่อทำความเย็นให้กับเชื้อเพลิงภายในวงจรที่สอง: เหนือวงจรหลักเป็นชั้นของฉนวน และมีวงจรที่สองที่บรรจุฮีเลียมที่อุ่นขึ้นเล็กน้อยที่ -183 องศาเซลเซียสซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังแผ่นป้องกันความร้อน โดยวงจรนี้ทำหน้าที่ดักจับและขจัดความร้อนที่เข้ามาทั้งหมดก่อนที่มันจะทะลุไปถึงเชื้อเพลิงผลลัพธ์ที่ได้คือระบบที่สามารถรักษาเชื้อเพลิงให้เย็นจัดเป็นพิเศษได้ไม่จำกัด ตราบใดที่มีพลังงานสำหรับเดินเครื่องจักรทำความเย็นไครโอเจนิก พลิกโฉมภารกิจสำรวจอวกาศห้วงลึกแคธี เฮนเคล (Kathy Henkel) ผู้จัดการรักษาการของโครงการ Cryogenic Fluid Management Portfolio Project ของ NASA กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของเทคโนโลยีนี้ว่า"เทคโนโลยีสำหรับการลดการสูญเสียเชื้อเพลิงจะต้องถูกนำมาใช้สำหรับภารกิจระยะยาวที่ประสบความสำเร็จในอวกาศห้วงลึก เช่น ดวงจันทร์และดาวอังคาร และการทำความเย็นสองขั้นตอนช่วยป้องกันการสูญเสียเชื้อเพลิงและช่วยให้สามารถจัดเก็บเชื้อเพลิงได้เป็นระยะเวลานาน ไม่ว่าจะอยู่ในระหว่างการเดินทางหรือบนพื้นผิวของวัตถุบนดาวเคราะห์""Technologies for reducing propellant loss must be implemented for successful long-duration missions to deep space like the Moon and Mars, and Two-stage cooling prevents propellant loss and successfully allows for long-term storage of propellants whether in transit or on the surface of a planetary body."โดยสรุปคือความสำเร็จในการทดสอบนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้แน่ใจว่านักบินอวกาศจะมีเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการเดินทางกลับโลก แต่ยังเปิดโอกาสให้ NASA สามารถลดปริมาณเชื้อเพลิงสำรองที่ไม่จำเป็นลงได้ และวางแผนภารกิจที่มีระยะเวลาการเดินทางที่ยาวนานขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยทำให้การเดินทางของมนุษย์สู่ดาวอังคารเข้าใกล้ความจริงขึ้นไปอีกขั้น
TNN ช่อง16 • 24 ก.ค. 68
อ่าน
เกาหลีใต้ตั้งเป้าหมายระยะยาว เตรียมสร้างฐานบนดวงจันทร์ภายในปี 2045
รัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยแผนการสำรวจอวกาศระยะยาวล่าสุด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง "ฐานเศรษฐกิจ" บนดวงจันทร์ให้ได้ภายในปี 2045 พร้อมตั้งเป้าลงจอดบนดาวอังคารในปีเดียวกัน แผนดังกล่าวถูกรายงานครั้งแรกโดย The Korea Times ระหว่างการประชุมที่มูลนิธิวิจัยแห่งชาติของเกาหลี ณ เมืองแทจอน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป้าหมาย 5 ด้านของเกาหลีใต้ภายใต้การนำขององค์การบริหารการบินและอวกาศเกาหลี (KASA) ซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อปีที่แล้ว แผนนี้ครอบคลุมภารกิจหลัก 5 ด้าน ได้แก่การสำรวจในวงโคจรต่ำของโลกการทดสอบสภาวะไร้น้ำหนักการสำรวจดวงจันทร์การค้นหาพลังงานแสงอาทิตย์และการวิจัยอวกาศขั้นสูงแผนการปัจจุบันของเกาหลีใต้องค์การบริหารการบินและอวกาศเกาหลี (KASA) กำลังพัฒนาเทคโนโลยีสำคัญ เช่น ระบบลงจอดและการเคลื่อนที่บนดวงจันทร์ ตลอดจนเทคโนโลยีการสกัดทรัพยากรจากน้ำแข็งบนดวงจันทร์ ซึ่งอาจเป็นหัวใจของการสร้างฐานถาวรโดยในปัจจุบัน สถาบันธรณีวิทยาและทรัพยากรแร่แห่งเกาหลีได้เริ่มทดสอบรถสำรวจต้นแบบในเหมืองถ่านหินร้าง เพื่อจำลองการทำเหมืองในสภาพแวดล้อมคล้ายอวกาศเกาหลีใต้ถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีบทบาทในภารกิจดวงจันทร์ เช่น การปล่อยยาน Danuri หรือ Korea Pathfinder Lunar Orbiter ขึ้นสู่วงโคจรดวงจันทร์ด้วยจรวด SpaceX Falcon 9 เมื่อเดือนสิงหาคม 2022 ซึ่งยังคงปฏิบัติภารกิจทางวิทยาศาสตร์อยู่จนถึงปัจจุบันแผนระยะกลางของเกาหลีใต้แผนระยะกลางระบุว่า เกาหลีใต้ตั้งเป้าส่งยานหุ่นยนต์ลงจอดบนดวงจันทร์ภายในปี 2032 และพัฒนายานลงจอดรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นภายในปี 2040 เพื่อปูทางสู่การสร้างฐานถาวรในอีก 5 ปีถัดมาแม้เกาหลีใต้จะมีเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน แต่ก็ไม่ใช่ประเทศเดียวที่มองดวงจันทร์เป็นจุดยุทธศาสตร์ในอนาคต สหรัฐฯ เดินหน้าโครงการ Artemis เพื่อสร้างฐานถาวรในช่วงทศวรรษหน้า จีนร่วมมือกับรัสเซียวางแผนฐานร่วมในอนาคต ส่วนอินเดียตั้งเป้าสร้างฐานบนดวงจันทร์ภายในปี 2047แผนการระยะยาวของเกาหลีใต้เกาหลีใต้วางแผนสร้างเศรษฐกิจอวกาศขนาดใหญ่บนดวงจันทร์ภายในปี 2045 พัฒนาเทคโนโลยีลงจอดและเคลื่อนที่บนพื้นผิวดวงจันทร์ รวมไปถึงการสกัดและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรดวงจันทร์ เช่น น้ำแข็ง สำหรับน้ำดื่มและเชื้อเพลิง พื้นที่อยู่อาศัยระยะยาวและโครงสร้างพื้นฐานบนดวงจันทร์ เพื่อต่อยอดไปยังการสำรวจดาวอังคารและดาวเคราะห์น้อย ท้ายที่สุด ดวงจันทร์อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น KASA ยืนยันว่าเป้าหมายในปี 2045 ไม่ได้หยุดแค่ดวงจันทร์ แต่รวมถึง “ภารกิจลงจอดบนดาวอังคาร” ด้วยเช่นกัน นับเป็นการยกระดับบทบาทของเกาหลีใต้ในเวทีอวกาศโลกอย่างแท้จริง
TNN ช่อง16 • 21 ก.ค. 68
อ่าน
พนักงานนาซานัดประท้วงแผนเลิกจ้างพนักงานและการตัดงบประมาณของทรัมป์
ในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ตรงกับวันครบรอบ 56 ปี ของการลงจอดบนดวงจันทร์ของยานอพอลโล 11 นอกจากเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองขององค์การนาซา (NASA) ในภารกิจการส่งมนุษย์คนแรกไปเหยียบดวงจันทร์ ยังเป็นช่วงเวลาที่พนักงานและผู้สนับสนุนบางส่วนวางแผนจัดการประท้วงในวันสำคัญนี้ เป้าหมายการประท้วงของพนักงานนาซาโดยเป้าหมายของการประท้วงเพื่อแสดงออกต่อต้านการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมาก และการตัดงบประมาณที่พวกเขามองว่าเป็น "คำสั่งล่วงหน้าอันอันตราย" จากฝ่ายบริหารของหน่วยงานกลุ่มผู้ประท้วงประกอบด้วยพนักงานนาซาทั้งประจำและสัญญาจ้าง รวมถึงกลุ่มสนับสนุนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ซึ่งจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “NASA Needs Help” โดยได้รับการรับรองจากสมาคมวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และช่างเทคนิคแห่งศูนย์ก็อดดาร์ด การเดินขบวนครั้งนี้นับเป็นครั้งที่สองของกลุ่ม หลังจากจัดการประท้วงแรกเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาหนึ่งในผู้จัดงานอย่าง มาร์แชลล์ ฟินช์ พนักงานสัญญาจ้างของ NASA ระบุว่า "คำของบประมาณปี 2026 จากทำเนียบขาว ซึ่งยังไม่ผ่านรัฐสภา กลับถูกปฏิบัติเสมือนเป็นคำสั่งแล้วจริง ๆ โดยผู้บริหารนาซา" ซึ่งส่งผลต่อขวัญกำลังใจและอนาคตของหลายภารกิจสำคัญ เขาเตือนว่า “แม้รัฐสภาจะส่งสัญญาณสนับสนุนงบให้ NASA แต่ความเสียหายกำลังเกิดขึ้นแบบวันต่อวัน”ภายใต้ข้อเสนองบประมาณใหม่นี้ งบวิทยาศาสตร์ของนาซาถูกตัดลงถึง 47% และงบประมาณรวมของหน่วยงานถูกหั่นลง 24% ทำให้หลายภารกิจวิทยาศาสตร์โลกและสำรวจอวกาศลึกต้องถูกยกเลิกถึง 41 ภารกิจ โดยเฉพาะภารกิจร่วมกับยุโรปอย่าง LISA (Laser Interferometer Space Antenna) ซึ่งมีเป้าหมายศึกษาเรื่องคลื่นความโน้มถ่วงและได้รับการพัฒนาในศูนย์ก็อดดาร์ด หากงบนี้ผ่าน โครงการมูลค่ากว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 73,000 ล้านบาท ที่พัฒนาโดย NASA และ ESA ตลอดเกือบ 30 ปีอาจต้องหยุดชะงักขณะเดียวกัน โครงการลาออกโดยสมัครใจ DRP (Deferred Resignation Program) กำลังผลักดันให้เจ้าหน้าที่ลาออก โดยมีรายงานว่าผู้นำระดับสูงกว่า 2,000 คน อาจยื่นใบลาออกก่อนสิ้นปี เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการลดกำลังพลแบบบังคับ (RIF)อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะคัดค้านข้อเสนอของทำเนียบขาว โดยมีสัญญาณสนับสนุนข้ามพรรคในการคืนงบประมาณให้เท่ากับปีงบประมาณ 2025 ที่ 7,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 266,450 ล้านบาท กำหนดการประท้วงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.การประท้วงวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา โดยจะจัดขึ้นที่สวนอนุสรณ์ Dwight D. Eisenhower Memorial Park ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งแต่เวลา 14.00-18.00 น. ผู้จัดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากกว่าการประท้วงครั้งก่อนที่มีราว 60-70 คน โดยย้ำว่าไม่มีใครในการประท้วงแสดงความเห็นในนาม NASA แต่ในฐานะ “พลเมืองผู้ห่วงใยภารกิจของประเทศ”
TNN ช่อง16 • 20 ก.ค. 68
อ่าน
ยาน Parker Solar Probe จับภาพดวงอาทิตย์ใกล้สุดเป็นประวัติศาสตร์ ช่วยไขปริศนาอวกาศ
ยานสำรวจ Parker Solar Probe ของ NASA ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง โดยการเดินทางเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ในระยะเพียง 3.8 ล้านไมล์ ประมาณ 6.1 ล้านกิโลเมตร เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2024 ที่ผ่านมา พร้อมบันทึกภาพชั้นบรรยากาศโคโรนา (Corona) ที่คมชัดและใกล้ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภาพถ่ายชุดใหม่นี้ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นความสวยงามอันน่าทึ่งของดวงดาวแม่ของเรา แต่ยังเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจ "ลมสุริยะ" และ "สภาพอากาศในอวกาศ" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อโลกของเราได้ดียิ่งขึ้นความสำคัญต่อโลกและอวกาศภารกิจนี้เปรียบเสมือนการส่ง "นักพยากรณ์อากาศ" ไปยังต้นตอของพายุสุริยะโดยตรง ข้อมูลที่ได้มามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปกป้องเทคโนโลยีและชีวิตบนโลกนิคกี้ ฟ็อกซ์ ผู้บริหารจาก NASA กล่าวว่า "ยาน Parker Solar Probe ได้พาเราเข้าไปสัมผัสใจกลางชั้นบรรยากาศของดวงอาทิตย์ ทำให้เราได้เห็นจุดกำเนิดของภัยคุกคามจากสภาพอากาศในอวกาศด้วยตาของเราเอง ไม่ใช่แค่จากแบบจำลองอีกต่อไป ข้อมูลใหม่นี้จะช่วยให้เราพยากรณ์สภาพอากาศในอวกาศได้แม่นยำขึ้นอย่างมหาศาล เพื่อรับประกันความปลอดภัยของนักบินอวกาศ และปกป้องเทคโนโลยีของเราทั้งบนโลกและในอวกาศ"โดยเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2024 ยานได้บินห่างจากพื้นผิวดวงอาทิตย์เพียง 3.8 ล้านไมล์ (ประมาณ 6.1 ล้านกิโลเมตร) ผ่านชั้นบรรยากาศชั้นนอกที่เรียกว่า "โคโรนา" (Corona) และใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์มากมาย รวมถึงกล้อง WISPR ในการเก็บข้อมูลและภาพถ่ายภาพล่าสุดเผยให้เห็นอะไรบ้าง?ภาพถ่ายจากกล้อง WISPR ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เห็นปรากฏการณ์สำคัญอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ลมสุริยะ" (Solar Wind) ซึ่งเป็นกระแสอนุภาคไฟฟ้าที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมาตลอดเวลา ลมสุริยะนี้เองที่เป็นต้นตอของปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น แสงเหนือที่สวยงาม แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถทำลายชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์ และรบกวนระบบไฟฟ้ากับการสื่อสารบนโลกได้และที่เป็นครั้งแรกของโลก ยานสามารถจับภาพการชนกันของ"การปลดปล่อยมวลโคโรนา" (Coronal Mass Ejections - CMEs) ซึ่งเป็นการระเบิดของมวลสารและพลังงานขนาดมหึมาจากดวงอาทิตย์ ได้ด้วยความละเอียดสูงแองเจโลส วูลลิดาส หนึ่งในทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้ดูแลกล้อง WISPR อธิบายว่า "ในภาพเหล่านี้ เราเห็น CME หลายลูกซ้อนทับกัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญมาก เพราะเมื่อ CME ชนกัน มันอาจเปลี่ยนทิศทางและทวีความรุนแรงขึ้น ทำให้คาดเดาได้ยากว่าจะส่งผลกระทบต่อโลกหรือไม่และรุนแรงเพียงใด"การเข้าใจว่า CME รวมตัวกันอย่างไร จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่อาจเป็นอันตรายต่อนักบินอวกาศ ดาวเทียม และเทคโนโลยีภาคพื้นดินได้ดีขึ้น ไขปริศนาต้นกำเนิด "ลมสุริยะ"แนวคิดเรื่องลมสุริยะถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในปี 1958 โดยนักฟิสิกส์ชื่อ ยูจีน ปาร์กเกอร์ ซึ่งยานสำรวจลำนี้ถูกตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา แม้ในอดีตจะมีภารกิจหลายอย่างที่ศึกษาลมสุริยะจากระยะไกล แต่ยานParker Solar Probe เป็นยานลำแรกที่ "ดำดิ่ง" เข้าไปสัมผัสกับต้นกำเนิดของมันโดยตรงข้อมูลจากยานพบว่า ลมสุริยะบริเวณใกล้ดวงอาทิตย์นั้นแตกต่างจากลมสุริยะที่เดินทางมาถึงโลกอย่างสิ้นเชิง โดยยานได้ค้นพบปรากฏการณ์ "สวิตช์แบ็ก" (Switchback) หรือสนามแม่เหล็กที่หักเหทิศทางอย่างกะทันหัน ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ต่อมาในปี 2024 นักวิทยาศาสตร์ได้ประกาศการค้นพบครั้งสำคัญว่า ลมสุริยะความเร็วสูง (หนึ่งในสองประเภทหลักของลมสุริยะ) ได้รับพลังงานส่วนหนึ่งมาจากปรากฏการณ์สวิตช์แบ็กนี้เอง นับเป็นการไขปริศนาที่ค้างคาใจนักวิทยาศาสตร์มานานกว่า 50 ปีอย่างไรก็ตาม ลมสุริยะความเร็วต่ำ ซึ่งเคลื่อนที่ช้ากว่าแต่มีความหนาแน่นและแปรปรวนมากกว่า ยังคงเป็นปริศนาสำคัญนูร์ ราวาฟี นักวิทยาศาสตร์ประจำโครงการ กล่าวว่า "สิ่งที่ยังไม่รู้คือ ลมสุริยะก่อตัวขึ้นและหลุดพ้นจากแรงโน้มถ่วงมหาศาลของดวงอาทิตย์ได้อย่างไร การทำความเข้าใจลมสุริยะความเร็วต่ำเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง แต่ด้วยยาน Parker Solar Probe เราเข้าใกล้การค้นพบคำตอบมากกว่าที่เคย"ข้อมูลระยะใกล้จากยานยืนยันว่า ลมสุริยะความเร็วต่ำมี 2 รูปแบบย่อย ซึ่งเชื่อว่ามีต้นกำเนิดต่างกัน:แบบที่อาจเกิดจาก "รูโคโรนา" (Coronal Holes): บริเวณที่มืดและเย็นกว่าบนชั้นโคโรนาแบบที่อาจเกิดจาก "หมวกลม" (Helmet Streamers): โครงสร้างคล้ายวงแหวนขนาดใหญ่บนดวงอาทิตย์NASA/Johns Hopkins APL/Steve Gribben ภารกิจยังไม่สิ้นสุด: ก้าวต่อไปของ Parker Solar Probeในวงโคจรปัจจุบันที่เข้าใกล้ดวงอาทิตย์เพียง 3.8 ล้านไมล์ ยานจะยังคงเก็บข้อมูลต่อไปเพื่อยืนยันต้นกำเนิดของลมสุริยะความเร็วต่ำ โดยการโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ครั้งสำคัญรอบถัดไปจะมีขึ้นในวันที่ 15 กันยายน 2025อดัม ซาโบ นักวิทยาศาสตร์ภารกิจ กล่าวปิดท้ายว่า "เรายังไม่มีข้อสรุปสุดท้าย แต่เรามีข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจมากมายรอการวิเคราะห์อยู่" ซึ่งเป็นการยืนยันว่าการเดินทางสู่ใจกลางระบบสุริยะครั้งนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
TNN ช่อง16 • 12 ก.ค. 68
อ่าน
พลิกวิกฤต NASA บริษัท Lockheed Martin เสนอทางรอดภารกิจ Mars Sample Return ลดต้นทุนกว่าครึ่ง
ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) บริษัทด้านการบินและอวกาศยักษ์ใหญ่ เสนอแผนการปรับปรุงที่เรียบง่ายและลดต้นทุน เพื่อช่วยกอบกู้ภารกิจการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับโลก (Mars Sample Return - MSR) ของ NASA ที่กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนงบประมาณอย่างหนัก โดยคาดว่าจะสามารถลดค่าใช้จ่ายของภารกิจลงได้มากกว่าครึ่งหนึ่ง วิกฤตการณ์ของภารกิจ Mars Sample Return (MSR)ภารกิจการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับโลก(MSR) เป็นความพยายามระดับนานาชาติในการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลก ขณะนี้กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการถูกลดงบประมาณในหลายโครงการ รวมถึงการถอนตัวของรัสเซียจากโครงการหลังการรุกรานยูเครน และความเสี่ยงที่จะถูกยกเลิกเนื่องจากการเปลี่ยนลำดับความสำคัญของรัฐบาลสหรัฐเนื่องจากภายใต้แนวทางใหม่ของหน่วยงาน NASA ที่ได้รับคำสั่งให้มุ่งเน้นไปที่ภารกิจที่มีลูกเรือเดินทางสู่ห้วงอวกาศไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงโครงการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย มีการตัดสินใจที่จะให้ตัดโครงการที่ใช้งบประมาณมหาศาลแต่ให้ผลตอบแทนทางวิทยาศาสตร์ไม่คุ้มค่า ซึ่งภารกิจ MSR ถูกพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในโครงการที่อาจถูกยกเลิก แม้จะเป็นโครงการสำคัญที่ใช้ยานอวกาศหลายลำในการเก็บตัวอย่างจากพื้นผิวของดาวอังคารเพื่อนำมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดปัจจุบัน ยานสำรวจเพอร์เซเวียแรนซ์ (Perseverance rover) ของ NASA กำลังดำเนินการในระยะแรกของภารกิจ โดยเก็บตัวอย่างจากการเจาะและปิดผนึกไว้ในภาชนะพิเศษบนพื้นผิวดาวอังคาร แนวคิดคือยานลงจอดลำที่สองจะลงจอดในภายหลัง เพื่อปล่อยยานสำรวจอีกหนึ่งลำไปเก็บหลอดตัวอย่างเหล่านี้ ซึ่งจะถูกบรรจุในจรวดขนาดเล็กและยิงขึ้นสู่วงโคจรของดาวอังคาร ก่อนจะไปพบกับยานอวกาศอีกลำเพื่อเดินทางกลับโลก แม้โครงการนี้จะดูซับซ้อนและต้องใช้งบประมาณสูงถึง 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.2 แสนล้านบาท แต่ Lockheed Martin เชื่อว่าพวกเขาสามารถทำได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าได้ข้อเสนอจาก Lockheed Martinล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) อ้างว่าพวกเขาสามารถใช้ประสบการณ์จากภารกิจสำรวจดาวเคราะห์ที่ผ่านมา เพื่อทำภารกิจ MSR ให้สำเร็จได้ในราคาไม่ถึง 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.7 หมื่นล้านบาท ภายใต้สัญญาแบบจ่ายราคาที่ตั้งไว้แบบตายตัว (fixed-price) ที่ล็อกฮีด มาร์ตินจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกินงบประมาณเองหัวใจสำคัญของข้อเสนอคือการแทนที่ยานอวกาศปัจจุบันด้วยรุ่นที่เรียบง่าย ปรับปรุงให้มีขนาดเล็กลง และมีน้ำหนักเบาขึ้น ซึ่งพัฒนาจากประสบการณ์ของล็อกฮีด มาร์ตินในภารกิจสำรวจดาวอังคารและภารกิจอวกาศอื่น ๆ การลดน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ของภารกิจคือการนำอุปกรณ์ไปยังดาวอังคารและนำกลับมายังโลก ดังนั้นทุก ๆ น้ำหนักที่ลดลงจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มหาศาลข้อเสนอนวัตกรรมเพื่อภารกิจที่ยั่งยืนจากข้อเสนอในปัจจุบันยานลงจอดจะถูกแทนที่ด้วยยานที่เล็กกว่า โดยอิงจาก ยานลงจอดอินไซต์มาร์ (InSight Mars) ซึ่งล็อกฮีด มาร์ตินเป็นผู้รับเหมาหลัก นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนายาน (Mars Ascent Vehicle - MAV) ที่มีขนาดเล็กกว่า ซึ่งออกแบบมาให้เป็นจรวดลำแรกที่จะยกตัวออกจากดาวอังคารได้ โดยมีน้ำหนักเพียง 250-300 กิโลกรัม และสามารถบรรทุกตัวอย่างได้ 5 กิโลกรัมข้อเสนอของล็อกฮีด มาร์ตินยังครอบคลุมถึงระบบการกลับเข้าสู่วงโคจรของโลก (Earth Entry System - EES) ที่มีขนาดเล็กและน้ำหนักเบา โดยอิงจากภารกิจนำตัวอย่างห้วงอวกาศลึกของ NASA อย่าง เจเนซิส (Genesis) สตาร์ดัส (Stardust) และ โอซิลิสเร็ก (OSIRIS-REx) ซึ่งจะประกอบด้วยโครงสร้างคอมโพสิต หรือ โครงสร้างที่ประกอบขึ้นจากวัสดุหรือองค์ประกอบย่อยหลายชนิด ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้ได้คุณสมบัติทางกลหรือทางวิศวกรรมที่ดีกว่าวัสดุชนิดเดียว และแผ่นกันความร้อนที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกนอกจากนี้ ล็อกฮีด มาร์ตินยังเสนอที่จะครอบคลุมถึงช่วงเวลาหลังจากยานออกจากโลกแล้วกำลังเดินทางไปยังเป้าหมาย (Cruise Stage) เพื่อนำยานลงจอดจากโลกไปยังดาวอังคาร รวมถึงรับผิดชอบการปิดผนึกแคปซูลนำตัวอย่างกลับและตรวจสอบให้แน่ใจว่าปราศจากการปนเปื้อนตามระเบียบความปลอดภัยของ NASA และระหว่างประเทศ วิทลีย์ พอยเซอร์ (Whitley Poyser) ผู้อำนวยการฝ่ายสำรวจห้วงอวกาศลึกของล็อกฮีด มาร์ติน กล่าวว่า"MSR เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ด้วยประสบการณ์ 50 ปีในภารกิจสำรวจดาวเคราะห์แดง เราได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเราสามารถจัดการกับความซับซ้อนทางเทคนิคที่จำเป็นได้อย่างประสบความสำเร็จ ในขณะที่ยังคงอยู่ในงบประมาณและตามกำหนดเวลา ซึ่งช่วยลดความจำเป็นในการกำกับดูแลของรัฐบาล""MSR represents the biggest bang for the science buck," said Whitley Poyser, Lockheed Martin’s Director of Deep Space Exploration. "With our 50 years of Red Planet mission experience, we have demonstrated that we can successfully navigate the technical complexities required while staying on budget and schedule reducing the need for government oversight."ข้อเสนอของล็อกฮีด มาร์ตินนี้ อาจเป็นความหวังใหม่สำหรับภารกิจ Mars Sample Return ของ NASA ในการเดินหน้าต่อไปและนำความรู้ใหม่ ๆ จากดาวอังคารกลับมายังโลกได้สำเร็จ
TNN ช่อง16 • 9 ก.ค. 68
อ่าน
รู้หรือไม่? มนุษย์เคยเดินทางขึ้นสู่อวกาศแล้ว 750 คน โดย 6 คนล่าสุดเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศจาก Blue Origin
บริษัท บลู ออริจิน (Blue Origin) ประสบความสำเร็จในการส่งนักท่องเที่ยว 6 คน เดินทางสู่ขอบอวกาศอีกครั้งในภารกิจ NS-33 เมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยจรวด New Shepard ได้ทะยานขึ้นจากฐานปล่อยในรัฐเท็กซัสอย่างราบรื่น เที่ยวบินนี้นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการอวกาศสร้างสถิติใหม่เหนือเส้นขอบฟ้าการเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการท่องอวกาศ แต่ยังเป็นการสร้างสถิติสำคัญ โดย นายคาร์ล คูห์เนอร์ หนึ่งในผู้โดยสาร ได้รับการบันทึกว่าเป็น มนุษย์คนที่ 750 ในประวัติศาสตร์ที่ได้เดินทางสู่อวกาศ และเป็นนักท่องเที่ยวอวกาศคนที่ 70 ของ Blue Origin อีกด้วยผู้โดยสารในเที่ยวบินนี้ประกอบด้วยบุคคลจากหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่นักสิ่งแวดล้อม, ประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์, ไปจนถึงทนายความ โดยพวกเขาทั้ง 6 คนได้ตั้งชื่อทีมว่า "The Solstice 33"เนื่องจากเดิมทีภารกิจมีกำหนดปล่อยในวันครีษมายัน (Summer Solstice) แต่ต้องเลื่อนออกไปเพราะสภาพอากาศ"> ประสบการณ์ 10 นาทีสุดพิเศษตลอดระยะเวลาภารกิจประมาณ 10 นาที จรวด New Shepard ได้พแคปซูลลูกเรือ "RSS Kármán Line" ขึ้นไปแตะระดับความสูงถึง 105.2 กิโลเมตร ซึ่งสูงกว่า เส้นคาร์มาน (Kármán line) เส้นแบ่งเขตอวกาศที่ยอมรับในระดับสากลในช่วงเวลาประมาณ 3 นาทีที่แคปซูลลอยอยู่ที่จุดสูงสุด ผู้โดยสารทั้ง 6 คนได้สัมผัสกับสภาวะไร้น้ำหนักอย่างเต็มที่ พร้อมชมความงดงามของเส้นโค้งของโลกที่ตัดกับความมืดมิดของอวกาศ ก่อนที่แคปซูลจะกลับสู่พื้นโลกและลงจอดอย่างนุ่มนวลด้วยร่มชูชีพ ภารกิจที่มากกว่าการท่องเที่ยวนอกจากการเดินทางส่วนตัวแล้ว เที่ยวบินนี้ยังได้นำโปสการ์ดกว่า 1,000 ใบ ที่ออกแบบโดยนักเรียนและประชาชนทั่วไปขึ้นสู่อวกาศด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Club For the Future องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของ Blue Origin เพื่อสร้างแรงบันดาลใจด้านอวกาศให้แก่เยาวชนเช่นเดียวกับเที่ยวบิน New Shepard อื่นๆ ราคาค่าโดยสารในเที่ยวบินนี้ไม่ได้รับการเปิดเผย โดยภารกิจล่าสุดนี้ทำให้จำนวนผู้ที่เคยเดินทางท่องอวกาศในลักษณะ Suborbital (ไม่เต็มวงโคจร) เพิ่มขึ้นเป็น 123 คนแล้ว
TNN ช่อง16 • 29 มิ.ย. 68
อ่าน
อัปเดตภารกิจ Axiom-4 เตรียมส่งลูกเรือเอกชนขึ้นสถานีอวกาศนานาชาติวันที่ 22 มิถุนายนนี้
บริษัท SpaceX และ Axiom Space เตรียมปล่อยภารกิจ Axiom Mission 4 (Ax-4) ซึ่งเป็นภารกิจนำมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศครั้งที่สี่ของ Axiom Space โดยจะส่งนักบินอวกาศเอกชน 4 คนขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ด้วยยาน Crew Dragon ของ SpaceXการปล่อยตัวเดิมมีกำหนดในวันที่ 11 มิถุนายน แต่ถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากการตรวจพบการรั่วไหลบริเวณโมดูลบริการ Zvezda ของ ISS ที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซม โดยขณะนี้กำหนดการใหม่ของการปล่อยตัวคือ วันที่ 22 มิถุนายน เวลา 03:42 น. EDT (ตรงกับเวลาไทย 14:42 น.) จากฐานปล่อยยาน 39A ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดาแต่หากมีการเลื่อนภารกิจ การปล่อยตัวอาจมีโอกาสเลื่อนเป็นวันที่ 23 มิถุนายน เวลา 03:20 น. EDT (ตรงกับเวลาไทย 14:20 น.)"> รายชื่อลูกเรือ Axiom-41. เพ็กกี้ วิทสัน (Peggy Whitson) อดีตนักบินอวกาศของ NASA และปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเที่ยวบินอวกาศมนุษย์ของ Axiom2. ชูภานชู ชุคลา (Shubhanshu Shukla) นักบินจากอินเดีย3. สวาโวช อุซนันสกี (Sławosz Uznański) ผู้เชี่ยวชาญจากโปแลนด์ ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานอวกาศยุโรป (ESA)4. ทิบอร์ คาปู (Tibor Kapu) ผู้เชี่ยวชาญจากฮังการี ลูกเรือชุดนี้จะเข้าร่วมภารกิจร่วมกับ ISS Expedition 73 และคาดว่าจะปฏิบัติหน้าที่บนวงโคจรเป็นเวลา ประมาณ 14 วันไฮไลต์โครงการทดลองหลัก เช่น การทดลองโดยนักบินอินเดีย ชูภานชู ชุคลา (Shubhanshu Shukla) ปลูกทาร์ดิกราด (tardigrade) ไซยาโนแบคทีเรีย และเมล็ดพืชในสภาวะไมโครกราวิตี้ ศึกษาการเติบโตของกล้ามเนื้อ, ปฏิสัมพันธ์กับหน้าจออิเล็กทรอนิกส์การวัดการเติบโตของเนื้องอก (Cancer organoids), การตอบสนองของเซลล์ต้นกำเนิด, การไหลเวียนเลือดสมองในสภาพไร้น้ำหนัก การทดสอบวัสดุ 3D‑printed, การใช้นวัตกรรมทางจิตวิทยาและสมอง เช่น EEG‑neurofeedback และติดตามสุขภาพดวงตา เป็นต้น
TNN ช่อง16 • 19 มิ.ย. 68
อ่าน
SpaceX ทำสถิติภารกิจครั้งที่ 500 ของจรวด Falcon ในการส่งดาวเทียม Starlink 26 ดวง
SpaceX ประสบความสำเร็จอีกครั้งในการเปิดตัวยานอวกาศ Falcon 9 พร้อมดาวเทียม Starlink จำนวน 26 ดวง ขึ้นสู่วงโคจรโลกต่ำ (LEO) เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน เวลา 21:54 น. ตามเวลาสหรัฐฯ หรือตรงกับ 01:54 น. ของวันที่ 13 มิถุนายน ตามเวลาในประเทศไทย จากฐานทัพอวกาศแวนเดนเบิร์ก รัฐแคลิฟอร์เนียการปล่อยจรวดครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งดาวเทียมใหม่ขึ้นสู่อวกาศ แต่ยังนับเป็น "ภารกิจที่ 500" ของตระกูลจรวด Falcon อีกด้วย SpaceX โพสต์ข้อความแสดงความยินดีผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า“Falcon เสร็จสิ้นภารกิจครั้งที่ 500 แล้ว! ขอแสดงความยินดีกับทีมงาน SpaceX ทุกคนที่เปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นจริงได้”"> ขั้นแรกของจรวด Falcon 9 หมายเลข B1081 ยังสามารถลงจอดได้อย่างแม่นยำบนโดรนชิป Of Course I Still Love You กลางมหาสมุทร นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนียตอนใต้ นับเป็นการบินและลงจอดครั้งที่ 15 ของบูสเตอร์ลูกนี้ โดย SpaceX ทำสถิติสูงสุดไว้ที่การใช้ซ้ำมากถึง 28 ครั้งดาวเทียม Starlink ที่ถูกส่งขึ้นครั้งนี้จะเข้าร่วมกับกลุ่มดาวที่มีอยู่แล้วกว่า 7,600 ดวง ซึ่งรวมกันเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตดาวเทียมขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มุ่งเน้นให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมทั่วโลก รวมถึงการสื่อสารผ่านมือถือในอนาคตอันใกล้ สำหรับจรวด Falcon 9 ของบริษัท SpaceX ถือเป็นนวัตกรรมปฏิวัติวงการอวกาศ ด้วยคุณสมบัตินำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusability) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการปล่อยจรวดอย่างมหาศาล ขั้นแรกของจรวดสามารถบินกลับสู่โลกและลงจอดได้อย่างแม่นยำ ทั้งบนฐานบนบกและโดรนชิปกลางทะเลจรวดลำนี้สามารถบรรทุกน้ำหนักได้สูงถึง 22.8 ตันสู่วงโคจรต่ำของโลก (LEO) และมีความยืดหยุ่นในการรองรับภารกิจทั้งด้านดาวเทียม สถานีอวกาศ ไปจนถึงภารกิจสำรวจดวงจันทร์และดาวอังคาร นับเป็นจรวดเชิงพาณิชย์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่นับถึงปัจจุบัน SpaceX เปิดตัวภารกิจ Falcon 9 ไปแล้ว 72 ครั้งในปี 2025 และกว่า 50 ภารกิจนั้นมุ่งสนับสนุนการขยายโครงข่าย Starlink ของบริษัท
TNN ช่อง16 • 14 มิ.ย. 68
อ่าน
ยานอวกาศ Resilience ของญี่ปุ่น ขาดการติดต่อขณะพยายามลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์
วันที่ 6 มิถุนายน เวลา 02:17 น. ที่ผ่านมา เวลา 02:17 น. ตามเวลาในประเทศไทย ยานอวกาศ “รีซิเลียนซ์” (Resilience) ของบริษัท ไอสเปซ (ispace) ประเทศญี่ปุ่น ขาดการติดต่อขณะพยายามลงจอดในบริเวณ มาเร ฟรีโกริส (Mare Frigoris) หรือ “ทะเลแห่งความหนาวเย็น” บนพื้นผิวตอนเหนือของดวงจันทร์โดยการลงจอดในครั้งนี้ ยานได้รับการติดตั้งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำคัญหลายชิ้นเพื่อไปทดสอบบนพื้นผิวดวงจันทร์ เช่น อุปกรณ์การเพาะเลี้ยงสาหร่าย, เครื่องผลิตออกซิเจน และไฮโดรเจน, ยานสำรวจขนาดเล็กชื่อ เทเนเชิส (Tenacious), ผลงานศิลปะ Moonhouse และแผ่นจารึกการ์ตูนกันดั้ม ยานอวกาศ “รีซิเลียนซ์” (Resilience) ถือเป็นความพยายามครั้งที่ 2 ของบริษัท ispace หลังจากยานอวกาศ Hakuto-R Mission 1 ลงจอดล้มเหลวในปี 2023โดนภารกิจครั้งนี้ยานอวกาศ “รีซิเลียนซ์” (Resilience) ถูกอัปเกรดซอฟต์แวร์ใหม่ และปรับปรุงการทำงานของเซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับความสูงซึ่งข้อผิดพลาดดังกล่าวเคยทำให้ยานอวกาศ Hakuto-R Mission 1 เข้าใจผิดว่าถึงพื้นดวงจันทร์แล้วในภารกิจยานอวกาศ Hakuto-R Mission 1 และดับเครื่องยนต์ก่อนถึงพื้นดวงจันทร์จริง ๆ โดยล่าสุดบริษัท ไอสเปซ (ispace) ได้โพสต์ข้อความเปิดเผยทางแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่า“ขณะนี้ เรายังไม่สามารถติดต่อกับยาน “รีซิเลียนซ์” (Resilience) ได้ แต่ทีมวิศวกรของไอสเปซในศูนย์ควบคุมภารกิจของเรายังคงทำงานเพื่อติดต่อกับยานลงจอดเราจะแจ้งข้อมูลอัปเดตล่าสุดให้ทราบผ่านประกาศผ่านสื่อในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ ขอขอบคุณสำหรับความอดทนของคุณ โปรดกลับมาตรวจสอบกับเราอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้”">
TNN ช่อง16 • 6 มิ.ย. 68
อ่าน
อีลอน มัสก์เผยความคืบหน้าโครงการ Starship และเป้าหมายระยะยาวของ SpaceX ในงาน Mars & Beyond : The Road to Making Life Multiplanetary
วันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา อีลอน มัสก์ ผู้บริหารบริษัท SpaceX จัดงาน Mars Beyond : The Road to Making Life Multiplanetary เพื่ออัปเดตความก้าวของเทคโนโลยีอวกาศ ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ และดาวอังคาร การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการทดสอบยาน Starship ครั้งที่ 9 ซึ่งยานได้เสียการควบคุมบนอวกาศและถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกเมืองแห่งอนาคต: จุดเริ่มต้นที่ Starbaseอีลอน มัสก์ เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึง Starbase เมืองใหม่ที่กำลังเติบโตในรัฐเท็กซัส ซึ่งถือเป็นจุดศูนย์กลางของภารกิจพาเผ่าพันธุ์มนุษย์เดินทางไปยังดาวเคราะห์อื่นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 4.5 พันล้านปีของโลก SpaceX ใช้เวลาเพียง 5-6 ปีในการสร้างทั้งเมืองและโรงงานผลิตจรวดขนาดใหญ่ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด ปัจจุบันยาน Starship สามารถผลิตได้ทุก 2-3 สัปดาห์ แม้จะอยู่ระหว่างการปรับปรุงการออกแบบอย่างต่อเนื่องStarship: ยานขนาดยักษ์ที่ผลิตในระดับอุตสาหกรรมมัสก์อธิบายว่า Starship ถูกออกแบบให้ผลิตได้ถึง 1,000 ลำต่อปี ซึ่งเทียบกับปริมาณการผลิตของ Boeing และ Airbus การสร้างยานอวกาศในระดับอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าดาวเทียม Starlink รุ่นที่ 3 ก็จะผลิตมากถึง 5,000–10,000 ดวงต่อปี ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับเครื่องบินพาณิชย์ขนาดกลาง จรวดนำกลับมาใช้ใหม่: กุญแจสู่การลดต้นทุนอวกาศบริษัท SpaceX บรรลุเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาระบบจรวดที่สามารถจับ และนำกลับมาใช้ใหม่ได้ภายในเวลาสั้น ๆ ซึ่งมัสก์เปรียบว่าเป็นการพลิกโฉมการเดินทางอวกาศอย่างแท้จริง จรวดสามารถลงจอดและถูกใช้ซ้ำได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ช่วยลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความถี่ในการเดินทางสู่อวกาศในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนRaptor 3: หัวใจขับเคลื่อนภารกิจอังคารเครื่องยนต์ Raptor 3 เป็นหัวใจสำคัญของ Starship ที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีพลังสูงขึ้นและไม่จำเป็นต้องใช้เกราะกันความร้อนพื้นฐาน ความสามารถในการถ่ายโอนเชื้อเพลิงในวงโคจร ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการเดินทางไกลระหว่างดาวเคราะห์ ก็กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาอย่างเข้มข้นโล่ความร้อนและการใช้ซ้ำในหลายโลกอีกหนึ่งความท้าทายที่มัสก์เน้นคือการพัฒนา โล่กันความร้อนแบบใช้ซ้ำได้ ที่สามารถรองรับทั้งการกลับสู่โลกและการลงจอดบนดาวอังคาร ซึ่งมีบรรยากาศแตกต่างจากโลกอย่างสิ้นเชิง จุดมุ่งหมาย คือ การออกแบบให้ใช้โครงสร้างและวัสดุเดียวกัน เพื่อให้สามารถทดสอบและใช้งานได้จริงในหลายสภาพแวดล้อมStarship รุ่นใหม่: ปรับปรุงเพื่อรองรับภารกิจระยะไกลStarship รุ่นที่ 3 มีการปรับปรุงรูปลักษณ์และสมรรถนะของเครื่องยนต์ Raptor เพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้อย่างรวดเร็วและรองรับการเดินทางสู่ดาวอังคารได้จริง มัสก์ระบุว่าแม้จะเริ่มปล่อยใช้งานในปีนี้ แต่จุดมุ่งหมายหลักคือการปูทางไปสู่การเป็น “เผ่าพันธุ์หลายดาวเคราะห์” ฐานบนดวงจันทร์ และการเดินทางจริงสู่ดาวอังคารอีลอน มัสก์ เผยแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์เพื่อใช้ในการวิจัยและเตรียมความพร้อมในการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการเดินทางไปดาวอังคาร โดยรอบการเดินทางสู่ดาวอังคารจะเกิดขึ้นทุก 2 ปี และอาจมีการส่งยานไร้คนขับลำแรกไปยังดาวอังคารภายในปลายปีหน้า 2026อนาคตของการตั้งถิ่นฐาน: Starlink และหุ่นยนต์ Optimusในระยะยาว มัสก์ตั้งเป้าจะส่งหุ่นยนต์ Optimus ไปยังดาวอังคารในปี 2027 ตามด้วยมนุษย์ในภารกิจถัดไป Starlink จะถูกใช้เป็นระบบสื่อสารหลัก แม้จะเผชิญความท้าทายด้านระยะทางและสภาพแวดล้อม เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ดาวอังคารสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยเร็วที่สุด และสร้างเมืองถาวรที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นหลักเพื่อความยั่งยืนของชีวิต">
TNN ช่อง16 • 30 พ.ค. 68
อ่าน
จีนส่ง “เทียนเหวิน-2” ปฏิบัติภารกิจเก็บตัวอย่างดาวเคราะห์น้อยฉายา “ฟอสซิลมีชีวิต” ครั้งแรก
จีนประสบความสำเร็จในการปล่อยยานสำรวจ “เทียนเหวิน-2” (Tianwen-2) ขึ้นสู่อวกาศเมื่อช่วงเช้าตรู่วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเก็บตัวอย่างจากดาวเคราะห์น้อย 2016 HO3 ซึ่งเป็นดาวเคราะห์น้อยใกล้โลกที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ฟอสซิลมีชีวิต” และนำกลับมายังโลกเพื่อการวิจัยด้านดาราศาสตร์และกำเนิดของระบบสุริยะภารกิจนี้นับเป็นครั้งแรกของจีนที่ยานอวกาศถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจเก็บตัวอย่างจากวัตถุในอวกาศที่ไม่ใช่ดวงจันทร์ โดยยานเทียนเหวิน-2 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Long March-3B จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชาง (Xichang Satellite Launch Center) ในมณฑลเสฉวน เวลา 01:31 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนจะเข้าสู่วงโคจรถ่ายโอนเพื่อมุ่งหน้าสู่ดาวเคราะห์น้อยเป้าหมายในอีกประมาณ 18 นาทีถัดมา สำนักงานอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) รายงานว่า ยานสามารถกางแผงโซลาร์เซลล์ได้อย่างสมบูรณ์และระบบทำงานตามแผน ซึ่งถือว่าการปล่อยตัวประสบความสำเร็จอย่างเป็นทางการดาวเคราะห์น้อย 2016 HO3 ที่เป็นเป้าหมายหลักของภารกิจ มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 40-100 เมตร ถูกค้นพบเมื่อปี 2559 โดยนักวิทยาศาสตร์ในฮาวาย ดาวเคราะห์น้อยนี้มีคุณสมบัติโดดเด่นคือเป็นวัตถุโบราณที่ยังคงสภาพใกล้เคียงกับยุคกำเนิดระบบสุริยะ และอาจช่วยให้มนุษย์เข้าใจถึงกระบวนการก่อรูปของดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ได้ดีขึ้นนอกจากภารกิจหลัก เทียนเหวิน-2 ยังมีแผนสำรวจดาวหาง 311P ซึ่งอยู่ในแถบวงโคจรระหว่างดาวอังคารและดาวพฤหัสบดี ดาวหางดวงนี้สร้างความสนใจในหมู่นักวิทยาศาสตร์เนื่องจากแสดงพฤติกรรมที่คล้ายคลึงกับดาวเคราะห์น้อย ซึ่งอาจให้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของวัตถุท้องฟ้าในระบบสุริยะ ภารกิจเทียนเหวิน-2 ถูกวางแผนให้ใช้เวลานานถึง 10 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของจีนในเส้นทางการพัฒนาศักยภาพด้านอวกาศ โดยก่อนหน้านี้ จีนได้ส่งมนุษย์ขึ้นสู่วงโคจร และส่งยานสำรวจไปยังดวงจันทร์และดาวอังคาร รวมถึงก่อสร้างสถานีอวกาศเทียนกงที่เป็นศูนย์กลางของภารกิจระยะยาวในอวกาศล่าสุด จีนได้ส่งนักบินอวกาศ 3 คนขึ้นสู่สถานีอวกาศเทียนกงในภารกิจ “เสินโจว-20” เพื่อปฏิบัติหน้าที่นาน 6 เดือน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ “ความฝันด้านอวกาศ” ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงตั้งเป้าให้จีนเป็นผู้นำระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์อวกาศในทศวรรษนี้
TNN ช่อง16 • 30 พ.ค. 68
อ่าน
นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศ ISS ร่วมฉลอง “May the 4th” รับชม Star Wars บนอวกาศ
วันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมา นักบินอวกาศขององค์การนาซา (NASA) ซึ่งเป็นสมาชิกของภารกิจ Expedition 54 บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ได้รวมตัวกันในโมดูล Unity เพื่อเฉลิมฉลองวัน Star Wars โดยการรับชมภาพยนตร์ Star Wars: The Last Jedi ท่ามกลางอวกาศอย่างแท้จริง"> กิจกรรมนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาว่าง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมระดับโลกที่ยกให้วันที่ 4 พฤษภาคมของทุกปีเป็น “วันแห่ง Star Wars” ซึ่งมีที่มาจากวลีอันเป็นเอกลักษณ์ “May the force be with you” ที่พ้องเสียงกับคำว่า “May the 4th be with you” บรรยากาศภายในสถานีเต็มไปด้วยความสนุกสนานแบบสภาพไร้น้ำหนัก ขณะนักบินอวกาศรับชมเรื่องราวของจักรวาลไกลโพ้น พร้อมแสดงความรักต่อแฟรนไชส์ระดับตำนานด้วยรอยยิ้มและความตื่นเต้นในแบบไร้แรงโน้มถ่วง“𝑰 𝒂𝒎 𝒚𝒐𝒖𝒓 𝒇𝒂𝒕𝒉𝒆𝒓…” คำกล่าวในตำนานจากจักรวาล Star Wars ดังก้องแม้กระทั่งนอกโลก">
TNN ช่อง16 • 5 พ.ค. 68
อ่าน
รัฐบาลทรัมป์ปรับลดงบ NASA ลง 24% กระทบทั้งภารกิจดวงจันทร์และดาวอังคาร
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยข้อเสนองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2026 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมีแผนลดงบประมาณขององค์การนาซา (NASA) ลงอย่างมาก ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนในวงการอวกาศสหรัฐฯตามรายงาน งบประมาณที่เสนอให้กับ NASA จะลดลงจาก 24,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 820,130 ล้านบาท ในปี 2025 เหลือเพียง 18,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 621,700 ล้านบาท ในปี 2026 คิดเป็นการลดลงร้อยละ 24 หรือประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 198,400 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการตัดงบประมาณครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของหน่วยงาน ตามข้อมูลจากองค์กรไม่แสวงหากำไร Planetary Societyการลดงบครั้งนี้กระทบหนักต่อโครงการวิทยาศาสตร์อวกาศ วิทยาศาสตร์โลก และระบบสำรวจมนุษย์ ซึ่งจะถูกตัดงบรวมกันกว่า 4,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 145,500 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 2,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 76,000 ล้านบาท ในโครงการวิทยาศาสตร์อวกาศ, 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 39,700 ล้านบาท ในโครงการวิทยาศาสตร์โลก และเกือบ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 29,760 ล้านบาท ในโครงการระบบสำรวจมนุษย์ ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเสนอให้ยุติโครงการการบินอย่างยั่งยืนของ NASA รวมถึงยกเลิกงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรม DEIA (Diversity, Equity, Inclusion, and Accessibility) หรือโครงการที่มุ่งส่งเสริมความหลากหลายของพนักงานและความเท่าเทียมกันในองค์กร ซึ่งรัฐบาลทรัมป์ระบุว่า “ไม่สอดคล้องกัน”หากงบประมาณฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา จะส่งผลให้โครงการสำคัญที่ใช้งบประมาณสูงบางโครงการต้องยุติลง เช่น โครงการนำตัวอย่างจากดาวอังคารกลับมายังโลก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง NASA กับองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และสถานีโคจรรอบดวงจันทร์ Gateway ที่เป็นส่วนสำคัญของโครงการอาร์เทมิส (Artemis) นอกจากนี้รัฐบาลทรัมป์ยังเสนอให้ปรับลดการผลิตจรวด Space Launch System (SLS) และแคปซูลยานอวกาศ Orion ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภารกิจอาร์เทมิส เนื่องจากมีต้นทุนสูงและล่าช้ากว่ากำหนด โดยระบุว่าแต่ละเที่ยวบินของ SLS มีต้นทุนสูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ และเกินงบไปถึง 140% รัฐบาลจึงวางแผนแทนที่ด้วยระบบพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพด้านต้นทุนมากกว่าทั้ง SLS และ Orion เคยถูกใช้งานครั้งเดียวในภารกิจ Artemis I เมื่อปลายปี 2022 ซึ่งไม่มีมนุษย์ควบคุม โดยภารกิจ Artemis III ในปี 2027 ที่จะนำมนุษย์ลงจอดใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์จะเป็นการใช้ SLS และ Orion ครั้งสุดท้าย ก่อนปลดระวางอย่างไรก็ตาม แม้ NASA จะถูกลดงบโดยรวมอย่างมาก แต่รัฐบาลยังคงจัดสรรงบประมาณเพิ่มขึ้นเกือบ 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 21,500 ล้านบาท ให้กับโครงการ “การสำรวจอวกาศของมนุษย์” ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ของรัฐบาลทรัมป์ที่มุ่ง “กลับไปยังดวงจันทร์ก่อนจีน และส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร” ตามที่ระบุไว้ในเอกสารงบประมาณ
TNN ช่อง16 • 3 พ.ค. 68
อ่าน
เฮลิคอปเตอร์พลังงานนิวเคลียร์ Dragonfly ของ NASA ผ่านการทดสอบขั้นสุดท้าย
ภารกิจดรากอนฟลาย (Dragonfly) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ได้ผ่านการตรวจสอบการออกแบบเชิงวิจารณ์ (Critical Design Review) เป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นก้าวสำคัญก่อนการปล่อยยานไปสำรวจดวงจันทร์ไททัน ดวงจันทร์ขนาดใหญ่ของดาวเสาร์ ในปี พ.ศ. 2571 (ค.ศ. 2028)เฮลิคอปเตอร์ดรากอนฟลาย (Dragonfly) เป็นยานบินใบพัดขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ขนาดใกล้เคียงรถยนต์ ถูกออกแบบมาเพื่อศึกษาศักยภาพของไททันในการรองรับสิ่งมีชีวิต โดย NASA เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมาว่า การผ่านการตรวจสอบครั้งนี้หมายความว่าโครงการได้รับการอนุมัติทั้งในแง่แผนการออกแบบ การผลิต การประกอบ และการทดสอบ สามารถเดินหน้าสู่ขั้นตอนการสร้างยานได้อย่างเต็มรูปแบบ"> ภารกิจมูลค่า 3.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 123,000 ล้านบาท ได้รับการคัดเลือกโดย NASA ตั้งแต่ปี 2019 และดำเนินการภายใต้ความดูแลของห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยจอห์นส์ฮอปกินส์ (Johns Hopkins Applied Physics Laboratory: APL) ในรัฐแมริแลนด์ โดยมีเอลิซาเบธ เทอร์เทิล (Elizabeth Turtle) เป็นทีมนักวิจัยหลักของโครงการแม้โครงการจะประสบกับความล่าช้าและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ภารกิจนี้ยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากไททันถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในระบบสุริยะ ด้วยศักยภาพในการเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตนอกโลกเฮลิคอปเตอร์ดรากอนฟลาย (Dragonfly) มีกำหนดปล่อยตัวไม่เร็วกว่ากเดือนกรกฎาคม 2028 โดยใช้จรวดฟอลคอน เฮฟวี (Falcon Heavy) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) จากศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา จากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 7 ปี เดินทางไปยังระบบดาวเสาร์ และมีกำหนดปฏิบัติภารกิจสำรวจไททันเป็นเวลานานกว่า 3 ปี เฮลิคอปเตอร์ดรากอนฟลาย (Dragonfly) จะติดตั้งกล้อง เซ็นเซอร์ และระบบเก็บตัวอย่าง เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต โดยมุ่งเน้นการค้นหากระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นก่อนการถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิต หรือเคมีก่อนไบโอติก (Prebiotic chemistry) และสัญญาณของสิ่งมีชีวิตที่อาจมีอยู่ดวงจันทร์ไททัน ซึ่งเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ และใหญ่เป็นอันดับ 2ในระบบสุริยะ รองจากดวงจันทร์แกนีมีดของดาวพฤหัสบดี มีบรรยากาศหนาทึบและขุ่นมัว พื้นผิวประกอบด้วยเนินทรายไฮโดรคาร์บอนและทะเลสาบมีเทน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าภายใต้ชั้นน้ำแข็งของไททันอาจมีมหาสมุทรน้ำเค็ม ซ่อนอยู่ เพิ่มโอกาสที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ ในปี 2005 ภารกิจแคสสินี (Cassini) ของ NASA ได้ส่งยานสำรวจฮอยเกนส์ (Huygens) ซึ่งพัฒนาโดยองค์การอวกาศยุโรป (ESA) ลงจอดบนไททันผ่านการใช้ร่มชูชีพ และได้ส่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของดวงจันทร์แห่งนี้กลับมาหากภารกิจดรากอนฟลาย (Dragonfly) ประสบความสำเร็จ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าจะสามารถเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของการกำเนิดชีวิตในที่อื่น ๆ ของระบบสุริยะได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
TNN ช่อง16 • 29 เม.ย. 68
อ่าน
นักบินอวกาศจีนภารกิจเสินโจว 20 เดินทางถึงสถานีอวกาศเทียนกง เตรียมปฏิบัติภารกิจนาน 6 เดือน
ภารกิจเสินโจว 20 (Shenzhou 20) ของจีนประสบความสำเร็จในการส่งนักบินอวกาศ 3 คน เดินทางถึงสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong) เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2025 โดยมีแผนประจำการบนสถานีอวกาศเป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยยานเสินโจว 20 ถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวดลองมาร์ช 2F จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีนลูกเรือประกอบด้วยพันเอกเฉิน ตง (Chen Dong) ซึ่งปฏิบัติภารกิจอวกาศเป็นครั้งที่ 3 และนักบินอวกาศหน้าใหม่อีกสองคน ได้แก่ เฉิน จงรุ่ย (Chen Zhongrui) และ หวาง เจี๋ย (Wang Jie) โดยนักบินอวกาศทั้ง 3 คน ในภารกิจเสินโจว 20 จะปฏิบัติภารกิจร่วมกับลูกเรือจากภารกิจเสินโจว 19 (Shenzhou 19) ซึ่งกำลังเตรียมจะเดินทางกลับสู่โลกในวันที่ 29 เมษายน สำหรับนักบินภารกิจเสินโจว 19 ประกอบด้วย พันเอกไช่ ซวี่เจ๋อ (Cai Xuzhe) ซ่ง ลิ่งตง (Song Lingdong) และหวัง เฮ่าเจ๋อ (Wang Haoze) ยานเสินโจว 20 (Shenzhou 20) ถือเป็นยานลำที่ 9 ที่เดินทางสู่สถานีเทียนกง ซึ่งมีลักษณะเป็นโครงสร้างรูปตัว T และมีมวลรวมประมาณ 20% ของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) โดยสถานีเทียนกงประกอบด้วยโมดูลหลัก 3 โมดูล ซึ่งประกอบเสร็จสมบูรณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2022 ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จีนระบุว่าอาจมีการขยายสถานีด้วยโมดูลเพิ่มเติมในอนาคตการเดินทางของยานเสินโจว 20 (Shenzhou 20) ยังตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์สำคัญทางดาราศาสตร์ เมื่อวันที่ 24 เมษายน 1990 ที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ขององค์การ NASA ได้ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรโดยกระสวยอวกาศดิสคัฟเวอรี (Discovery)
TNN ช่อง16 • 26 เม.ย. 68
อ่าน
ทรูโฟร์ยู ช่อง 24 พร้อมเสิร์ฟความมันส์ระดับจักรวาล! “The Moon ปฏิบัติการพิชิตจันทร์” ลงจอ 25 เมษานี้
วันศุกร์นี้ เตรียมพบ 3 ซุปเปอร์สตาร์เกาหลี ฝีมือคุณภาพ นำโดยซอล คยองกู โด คยองซู (ดี.โอ. EXO) และ คิมฮีแอกับภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์The Moon ปฏิบัติการพิชิตจันทร์เรื่องราวสุดระทึกใจที่จะพาคุณเดินทางสู่ดินแดนที่ไม่เคยมีมนุษย์ไปถึงมาก่อน กับภารกิจต้องรอดเพื่อกลับโลก เจ็ดปีหลังโศกนาฏกรรมจากภารกิจส่งมนุษย์เกาหลีขึ้นดวงจันทร์ที่จบลงด้วยการระเบิดอันเศร้าสลด ความหวังครั้งใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ทว่าเคราะห์กรรมกลับซ้ำรอย เมื่อยานอวกาศถูกโจมตีด้วยรังสีสุริยะอย่างรุนแรง ทำให้นักบินอวกาศ"ซอนอู" (โด คยองซู)ติดอยู่เพียงลำพังบนดวงจันทร์ ห่างไกลจากโลกถึง 384,000 กิโลเมตร ในขณะเดียวกัน"ดร. คิม" (ซอล คยองกู)อดีตกรรมการผู้จัดการผู้คร่ำหวอดในวงการ พยายามสุดกำลังเพื่อพาซอนอูกลับบ้านอย่างปลอดภัย แต่ภายใต้ความตึงเครียดของภารกิจที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย"มุนยอง" (คิมฮีแอ)ผู้อำนวยการแห่งองค์การอวกาศ กลับเก็บงำความลับบางอย่าง ที่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของทุกคนไปตลอดกาล ห้ามพลาดชม.ฉากอวกาศสมจริงที่สุดแห่งปี ด้วยเทคนิคพิเศษที่ตระการตาและการเล่าเรื่องที่ชวนลุ้นระทึก "The Moon" ได้รับการยกย่องว่าเป็น "ภาพยนตร์ไซไฟที่ดีที่สุดของเอเชีย" เต็มเปี่ยมไปด้วยดราม่าที่สะกดใจจนแทบหยุดหายใจ และฉากอารมณ์ที่ทำให้ผู้ชมถึงกับน้ำตาคลอ มาร่วมเอาใจช่วยซอนอูในปฏิบัติการครั้งนี้ได้ทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และtrue4u.com/liveในวันศุกร์ที่ 25 เมษายน เวลา 15.00 น. เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกเดินทางไปยังดวงจันทร์ด้วยกัน ดูทีวีออนไลน์ ช่อง True4U ช่อง 24
หนังเอเชีย • 23 เม.ย. 68
อ่าน
“เสียงพูดของคนไทย” ถูกส่งไปเก็บบนดวงจันทร์ร่วมกับเสียงจากประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกในโปรเจกต์ MIT
ภายหลังจากยานเอเธน่า (Athena) ภารกิจ IM-2 ของบริษัท อินทูอิทีฟ แมชชีนส์ (Intuitive Machines) ลงจอดบนดวงจันทร์เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ยานได้บรรทุกอุปกรณ์ต่าง ๆ หลายรูปแบบขึ้นไปพร้อมกับยานโดยมีอุปกรณ์บางส่วน เช่น กล้องวัดความลึก รถโรเวอร์ขนาดเล็กชื่อ "AstroAnt" และจานซิลิคอนขนาด 2 นิ้ว ที่บรรจุข้อความจากผู้คนทั่วโลกในหลายสิบภาษา ถูกพัฒนาโดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ซึ่งใช้ออกแบบเชิงวิศวกรรมโดยศาสตราจารย์เครก คาร์เตอร์ (Prof. Craig Carter) ภาควิชาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมวัสดุ MIT และติดตั้งบนรถโรเวอร์ขนาดเล็ก Lunar Outpost MAPPจานซิลิคอนขนาด 2 นิ้ว ดังกล่าวเป็นโครงการที่มีชื่อว่า HUMANS (Humanity United with MIT Art and Nanotechnology in Space) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโลกศิลปะและวิทยาศาสตร์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนของ MIT เข้าร่วม ตั้งแต่ด้านวิศวกรรมการบิน วิศวกรรมเครื่องกล ไฟฟ้า และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ร่วมกับ MIT.nano และ MIT Media Labแม้ภารกิจ IM-2 จะสิ้นสุดลงก่อนกำหนดเนื่องจากยาน Athena ล้มตะแคงหลังลงจอด แต่แผ่นซิลิคอน HUMANS ก็ได้บรรลุเป้าหมายที่มันได้ไปถึงพื้นผิวดวงจันทร์สำเร็จสำหรับโครงการ HUMANS นั้นได้แรงบันดาลใจจากแผ่นเสียงทองคำ (Golden Record) ซึ่งถูกส่งออกไปกับยาน Voyager 1 และ 2 เมื่อปี 1977 เพื่อแนะนำมนุษยชาติสู่สิ่งมีชีวิตต่างดาว แต่โครงการ HUMANS ตั้งใจจะส่งข้อความถึง “เพื่อนมนุษย์” ทุกคน แทนที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลก โครงการนี้เริ่มต้นโดยนักศึกษาปริญญาเอก มายา นาสร์ (Maya Nasr) และหลีฮุย จาง (Lihui Zhang) โดยเชิญชวนผู้คนจากทั่วโลกให้ส่งข้อความหรือเสียงในภาษาของตน เพื่อรวมเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของมนุษยชาติในอวกาศศาสตราจารย์เครก คาร์เตอร์ ใช้กระบวนการแปลงข้อความจาก 64 ภาษาให้เป็นตัวเลขแล้วพัฒนาอัลกอริธึมสร้างแบบอักษร จากนั้นออกแบบการจัดเรียงตัวอักษร (Kerning) อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ทุกคำดูสวยงามและสมดุล จากนั้นนำทั้งข้อความและคลื่นเสียงดิจิทัลมาแปลงเป็นลวดลายเกลียวคล้ายแผ่นเสียงบนแผ่นซิลิคอน พร้อมภาพแผนที่โลกตรงกลางที่สร้างจากพิกัดทางภูมิศาสตร์การสลักที่แม่นยำระดับนาโนทำโดยห้องปฏิบัติการ MIT.nano โดยใช้เทคโนโลยีสลักลายบนวัสดุขั้นสูงบนแผ่นเสียง 2 ขนาด คือ แผ่นเสียงขนาด 6 นิ้ว ถูกส่งไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในภารกิจ Axiom-2 ในปี 2023 ที่ผ่านมา ส่วนแผ่นเสียงขนาด 2 นิ้ว ที่เล็กกว่าจะเดินทางบนพื้นผิวดวงจันทร์ในภารกิจ IM-2 ดังที่กล่าวข้างต้นศาสตราจารย์เครก คาร์เตอร์ ระบุเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ MIT ว่า"โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมนุษย์ในการแสวงหาและตั้งคำถามต่อจักรวาล การมองออกไปยังอวกาศ ทำให้เรามองย้อนกลับมายังตัวเอง และหากสิ่งนี้ช่วยเตือนให้เราระลึกว่า เราทุกคนกำลังสงสัยและสำรวจจักรวาลใบเดียวกันอยู่ นั่นก็คือชัยชนะ" ตัวอย่างเสียงภาษาไทยที่ถูกส่งบนพื้นผิวดวงจันทร์มีทั้งหมด 46 รายการ และข้อความอักษร 57 รายการ เช่น"ความเวิ้งว้าง ในปลายทางที่เราไม่รู้จัก ไม่รุ้ว่าจะมีอารยธรรมอื่นแบบเราไหม ในอวกาศอันกว้างไกล""ในแกแล็คซี่นี้ ยังมีสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า Humansถ้ายาน ลำนี้ได้ออกไปถึงนอกระบบสุริยะ แล้วบังเอิญเจอสิ่งมีชีวิต ระหว่างดวงอาทิตย์ 152,100,000 กิโลเมตร""สำหรับตัวผมแล้วคิดว่าอวกาศคือสิ่งที่เรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดเราสามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ในอวกาศการที่เราศีกษาอวกาศนั้นอาจจะสามารถทำให้มนุษย์พัฒนาศักยภาพของตัวเองได้""อวกาศเป็นของทุกคน มันคือสิ่งที่เป็นทั้งประโยชน์และเป็นทั้งความรู้เป็นอะไรหลายๆสิ่งที่ สร้างแรงบัลดาลใจให้กับคนทั้งโลก ไม่มีชาติไหนที่สามารถครองอวกาศอันไกลโพ่นนี้ได้ เพราะอวกาศเป็นของทุกคน"
TNN ช่อง16 • 19 เม.ย. 68
ดูเพิ่มเติม